


บ้านหลังนี้ถูกรื้อถอนจากที่ตั้งเดิมในบ้านห้วยน้ำอุ่น ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาติพันธุ์อาข่า แล้วนำมาประกอบขึ้นใหม่บนพื้นที่ของอาร์ตแกลเลอรีกลางเมืองหลวง ทุกชิ้นส่วนของบ้านตั้งแต่หลังคา พื้นบ้าน ที่นอนหมอนมุ้ง ข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน ไปจนถึงเสาทุกต้น ซุกซ่อนเรื่องราวในร่องรอยชีวิตของเจ้าของเดิม–เรื่องของวัฒนธรรมที่กำลังเลือนหาย
บ้านทั้งหลังคือส่วนหนึ่งของนิทรรศการ The Preservation of Fire โดย Busui Ajaw (บู้ซือ อาจอ) ศิลปินอาข่าที่เปลี่ยนงานศิลปะให้เป็นพื้นที่อนุรักษ์และสืบสานวัฒนธรรมของกลุ่มชาติพันธุ์อาข่า ซึ่งอาศัยอยู่ในภาคเหนือของประเทศไทย เมียนมา และลาว ท่ามกลางบริบทของความเปลี่ยนแปลงทางสังคมที่ส่งผลต่อรากฐานทางวัฒนธรรมอย่างมีนัยสำคัญ
บู้ซือ พาคนดูไปสำรวจวัฒนธรรมอาข่าผ่านมิติของความทรงจำ พื้นที่ และการดำรงอยู่ โดยพื้นที่ของชีวิตถูกนำเสนอผ่านบ้านอาข่าหลังดังกล่าว ซึ่งทางแกลเลอรีบอกว่าเป็นบ้านอาข่าหลังสุดท้ายในบ้านห้วยน้ำอุ่น และไม่มีผู้อยู่อาศัยแล้ว บ้านหลังนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยภูมิปัญญาดั้งเดิมของชาวอาข่า ไม่ว่าจะเป็น เสาค้ำยันที่ถูกออกแบบมาเพื่อรับมือกับฤดูน้ำหลากและคลมแรง ห้องนอนที่จัดวางพื้นที่ให้สอดคล้องกับทิศทางการเคลื่อนที่ของดวงอาทิตย์ตามความเชื่อทางจิตวิญญาณ
เมื่อเดินขึ้นไปบนบ้าน ก็จะพบกับพื้นที่ใช้ชีวิตอันประกอบด้วยที่นอนหมอนมุ้ง เครื่องมือการเกษตร เตาไฟกลางบ้าน ร่องรอยการปรุงอาหาร และราวตากอาหารแห้งซึ่งสะท้อนถึงวัฒนธรรมการกินของชาวอาข่า ทำให้บ้านมีมิติที่หลากหลายเกินกว่าจะมองเป็นเพียงการนำเสนอทางสถาปัตยกรรม
ชาวอาข่ามีธรรมเนียมอย่างหนึ่งที่จะปฏิบัติต่อผู้จากไป นั่นคือการฝังข้าวของเครื่องใช้ไปพร้อมกับร่างของคนเหล่านั้น ชั้นล่างของนิทรรศการจึงถูกตีความเป็น ‘พื้นที่แห่งความทรงจำ’ โดยบู้ซือเลือกจัดแสดงผ้าทอของชาวอาข่าที่มีการปักลวดลายเป็นเอกลักษณ์ของแต่ละคน ผ้าทอจึงไม่ได้เป็นเพียงเครื่องนุ่งห่ม แต่เปรียบเสมือน ‘บันทึกชีวิต’ ของชาวอาข่าตั้งแต่แรกเกิดไปจนกระทั่งหลังสิ้นลมหายใจแล้ว
นิทรรศการของ Busui Ajaw เปิดให้เข้าชมฟรี ระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม ถึง 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 14:00-20:00 ที่ Bangkok Kunsthalle (ปิดทุกวันจันทร์และวันอังคาร)
Fri, May 15, 2026-Sun, Nov 1, 2026