
จนทำให้โดนัทกลายเป็นของกินที่ใครก็พูดถึงในตอนนี้ จากโดนัทเคลือบน้ำตาลที่หลายคนคุ้นเคย วันนี้เราเริ่มเห็นร้านที่ให้ความสำคัญกับทุกขั้นตอน ตั้งแต่การหมักแป้ง วัตถุดิบ ไส้ ไปจนถึงเทคนิคการทำที่ละเอียดไม่ต่างจากวงการกาแฟสเปเชียลตี
สิ่งที่น่าสนใจคือ แต่ละร้านกำลังสร้างเอกลักษณ์ของตัวเองอย่างชัดเจน บางร้านได้รับแรงบันดาลใจจากโดนัทสไตล์ญี่ปุ่น บางร้านเลือกใช้วัตถุดิบตามฤดูกาล บางร้านนำเสนอโดนัทในรูปแบบเซโวรี ขณะที่บางร้านหยิบรสชาติแบบไทยๆ มาตีความใหม่ จนทำให้คนกรุงเทพฯ ยอมต่อคิวเพียงเพื่อให้ได้กินโดนัทหนึ่งชิ้น
แม้คำว่า Specialty Doughnut จะยังไม่มีนิยามตายตัวเหมือน Specialty Coffee แต่การเกิดขึ้นของร้านโดนัทในตอนนี้กำลังสะท้อนให้เห็นว่า คนกรุงเทพฯ เริ่มมองโดนัทเปลี่ยนไป และอาจจะเป็นเพียงวัฒนธรรมการกินโดนัทเฉพาะของคนกรุงเทพฯ ที่ก็คงต้องบอกว่าไม่เหมือนใคร
Friday Bangkok ชวนไปรู้จัก 6 ร้านโดนัท ที่กำลังเปลี่ยนภาพจำของโดนัทในกรุงเทพฯ เพราะทุกวันนี้โดนัทอาจไม่จำเป็นต้องมีรูตรงกลาง

พรุ่งนี้เปิดให้บริการวันแรก วันเสาร์ที่ 30 พฤษภาคมนี้ สำหรับ Bread Ahead โดนัทอันดับ 1 จากตลาด Borough ในอังกฤษ โดยเปิดให้บริการที่ Gourmet Eats ชั้น G ของ Siam Paragon
ร้านโดนัทสัญชาติอังกฤษ มีต้นกำเนิดใน Borough Market ตลาดชื่อดังกลางกรุงลอนดอน จุดเด่นของแบรนด์นี้ คือ โดนัทเนื้อนุ่มแบบเนื้อขนมปังบริยอชไส้แน่น ซึ่งแบรนด์นำเอาโดนัทขายดีมาให้เราชิมครบทั้ง Creme Brûlée ไส้ครีมและเบิร์นน้ำตาลมาจนละลายได้สัมผัสกรุบกรอบ ตามด้วย Blackcurrant Cheesecake โดนัทรสชีสเค้กเปรี้ยวหวาน, Sea Salted Caramel & Honeycomb เค็มตัดกับหวาน, Pistachio ที่แน่นด้วยสัมผัสของถั่วพิสตาชิโอ และรสชาติใหม่ที่เปิดตัวพร้อมสาขาใหม่ Uji Matcha & White Chocolate ซึ่งจะมีขายเฉพาะสาขาประเทศไทยเท่านั้น

แบรนด์น้องใหม่ที่สร้างคาแรกเตอร์ของตัวเองด้วยการทำโดนัทที่ใช้แป้งจากข้าวไทย ที่สำคัญไส้ก็ไทยด้วยเช่นกัน อย่าง ข้าวหลามหนองมน เผิอกหอม มะตูมเชื่อมบางกอกน้อย น้ำตาลมะพร้าวอัมพวา หรือส้มเขียวหวานศรีสัชนาลัย แถมบรรยากาศร้านก็เท่ด้วยเรือนไม้โบราณในซอยนเรศใจกลางเมือง

นามะโดนัทชื่อดังจากญี่ปุ่น ที่เริ่มต้นจากร้านกาแฟ Uni Coffee Roastery ในเมืองโยโกฮาม่า ก่อนที่จะขยายไลน์ออกมาเป็น Uni Donuts โดยนำเอาฟักทองมาผสมในแป้ง ปัจจับุนมีมากว่า 20 สาขาในญี่ปุ่น ส่วนในประเทศไทย 2 สาขา จ๊อดแฟร์ และไนต์มาเก็ตรัชดา

ความจริงไม่ได้เริ่มมาจากร้านโดนัท แต่เป็นร้านอาหารที่มีเมนูอาหารคาวเท่ๆ อย่างการนำเอาแป้งโดนัทมาทำ Fried Chicken Mentaiko Doughnut โดนัทแบบคาวไส้ไก่ทอด หรือบูราต้าเดลล่าโดนัท ที่ใช้มอร์ตาเดลล่ามาใส่โดนัท ก่อนที่จะหันมาทำโดนัทอย่างเต็มตัวพร้อมกับซิกเนเจอร์อย่าง โดนัทสังขยา ด้วยความที่เจ้าของเป็นคนสิงคโปร์เลยนำเอารสชาติของบ้านเกิดมาทำ
สวนลุมพินี กลายเป็นปลายทางของพี่นักวิ่ง และพี่นักเต้นไปเป็นที่เรียบร้อย หลังจากกระแสคนใส่ใจสุขภาพกำลังมาแรง และเรื่องน่าปวดหัวหลังวิ่งก็คือ วันนี้จะกินอะไรดี น้ำฝรั่งก็เคยกินแล้ว เบเกิลก็ไปมาสัปดาห์ก่อน ขออะไรใหม่ๆ หน่อย ก็ต้องร้านนี้เลย Drop by Dough Lumpini Park ใกล้ประตูสวนฝั่งหอนาฬิกา ที่เปิดพร้อมเมนูใหม่อย่าง ขนมปังซาวโดว์ แถมมีแซนด์วิชซาวโดว์เพื่อพี่นักวิ่ง ออกกำลังก่อน กินต่อทีหลังได้
หลังจากปิดสาขาเอ็มควอเทียร์ไปเพียงไม่นาน Drop by Dough ก็ขยับตัวทันทีมาเปิดสาขาใหม่ใกล้สวนลุมพินี โดยยังคงมีเมนูบรันช์ครบ ทั้งสลัด ไก่ทอด โดนัทแซนด์วิช และไรซ์โบลว์ แต่ที่พิเศษคือ ขนมปังซาวโดว์ ที่เริ่มทำที่นี่และมีขายเฉพาะสาขานี้เท่านั้น รวมถึงโดนัท 4 รสชาติใหม่
เริ่มที่ซาวโดว์ที่ปรูฟและอบใหม่ ๆ กันที่นี่ตลอดวัน ซื้อเป็นโลฟหรือสไลซ์ก็ได้ กินที่ร้านก็จะกริลล์แล้วเสิร์ฟกับบราวน์บัตเตอร์และแยมราสป์เบอร์รี หรือลองซาวโดว์แซนด์วิชที่มีไส้เห็ดทรัฟเฟิล ทูน่าเมลต์ กิมจิเบคอน แฮมชีส หรือคิวบาโน่
ส่วนโดนัท 4 รสชาติใหม่ มีบอสตันครีม อัลมอนด์บัตเตอร์ สตรอว์เบอร์รีและราสป์เบอร์รีครัมบ์คุกกี้ และครีมพิสตาชิโอ
และที่ทำถึงที่สุดก็คือการคอลแลบกับน้ำฝรั่งเจ้าดังของสวนลุม Lumpini Park Coffee กาแฟเอสเปรสโซผสมน้ำฝรั่ง เรียกว่าเอาใจพี่นักวิ่งโดยเฉพาะ

ร้าน Artisan Soft Donuts ภายใน Parklane Ekamai หรือที่หลายคนเรียกว่า โดนัทสไตล์ญี่ปุ่นที่เน้นเนื้อแป้งนุ่มๆ สูตรร้านผสมฟักทองและแป้งญี่ปุ่น หมักบ่มนานกว่า 36 ชั่วโมง จนได้ความนุ่มที่เป็นเอกลักษณ์ จนกลายเป็นหนึ่งในร้านคิวยาวทั้งหน้าร้านและเดลิเวอรี มีรสชาติเด่นอย่าง Milky Hokkaido ครีมนมสดจากฮอกไกโด Truffle Honey ทรัฟเฟิลเพรสกับน้ำผึ้งเดือนห้า, Midori ครีมมัทฉะ และ Vanilla glaze ไม่มีไส้แต่เคลือบน้ำตาลบางๆ