
แปลกดีเหมือนกันที่เรารู้จัก คุ้นเคย และเข้าถึงสาเกญี่ปุ่นและมักกอลลีเกาหลีได้ง่ายกว่าสาโทของบ้านตัวเอง ทั้งๆ ที่ก็เป็นเครื่องดื่มจากภูมิปัญญาการหมักข้าวที่มีมาเนิ่นนานเหมือนกัน และเรื่องนี้เองที่ทำให้บาร์อย่าง Enough For Today น่าสนใจขึ้นมาทันที เพราะนี่คือหนึ่งในไม่กี่บาร์ที่ทำให้สาโทไทยมีที่มีทางของตัวเองอย่างชัดเจน
ที่นี่เป็นบาร์ค็อกเทลเบสสาโทที่เกิดจากแพสชันของ คุณไนซ์ อดีตบาร์เทนเดอร์จากร้านดังอย่าง Vesper ที่เปิดร้านนี้เพราะอยากลองทำในสิ่งที่ตัวเองหลงใหล นั่นคือเรื่องของ ‘การหมักดอง’ เมนูที่ร้านเลยเต็มไปด้วยเสน่ห์ของของหมักดอง ไม่ว่าจะเป็นค็อกเทลที่ใช้ ‘สาโท’ เป็นเบส ซึ่งเป็นการดึงเอาภูมิปัญญาการหมักข้าวของไทยมาตีความใหม่ให้เข้าถึงง่ายและหลากหลายมากขึ้น หรือสาโทเป็นขวดจากผู้ประกอบการท้องถิ่นที่นี่ก็มีเหมือนกัน รวมถึงเมนูอาหารที่ตั้งใจหยิบเอาวัตถุดิบหมักดองมาครีเอตและชูรสชาติได้อย่างลงตัว



สำหรับลิสต์เครื่องดื่ม Sato Based Cocktails ของที่นี่ผ่านการคิดมาอย่างพิถีพิถันทุกแก้ว แก้วแรกที่เราอยากป้ายยาคือ Satopino (335 บาท) ทวิสต์มาจากคลาสสิกค็อกเทลอย่าง Sgroppino ที่ปกติจะใช้สปาร์กลิงไวน์เป็นเบส แต่แก้วนี้ดึงเอาความซ่าตามธรรมชาติของสาโทคราฟต์และสุรากลั่นจากข้าวมาใช้แทน ท็อปด้วยซอร์เบต์ตามฤดูกาลที่คอลแล็บกับร้าน Jing Jing Ice-Cream Bar & Cafe เราแนะนำให้ค่อยๆ คนผสมให้เป็นเนื้อเดียวกัน จะได้รสสัมผัสแบบ Frozen และ Fizzy ที่สดชื่นลงตัวสุดๆ



ต่อด้วย Naam Nang Aek (285 บาท) หรือ ‘น้ำนางเอก’ ดริงก์ที่ใช้น้ำส้มคั้นสดเบลนด์เองวันต่อวันเชกเข้ากับสาโทและจินสัญชาติไทย เพิ่มความหอมด้วย Lemon Verbena ถือว่าเป็น Comfort Drink ที่จิบเพลินมาก ส่วนใครชอบความเปรี้ยวอมหวานซ่าๆ เราแนะนำ Kra-Jiab Soda (285 บาท) ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากความสดชื่นสไตล์น้ำแดงมะนาวโซดา แก้วนี้ใช้เบสเป็นสาโทผสมจินไทย และเหล้าบิตเทอร์ ชูรสชาติด้วยกระเจี๊ยบ มัลเบอร์รี และซิตรัส ให้ความสดชื่นแถมยังมีกลิ่นอายความเฮอร์บัลเบาๆ เข้ากันได้ดีมาก
ขยับมาที่ดริงก์สำหรับสายแข็งกันบ้างกับ GeG Huay (355 บาท) ดริงก์ที่ได้แรงบันดาลใจจาก White Negroni ความน่าสนใจคือที่ร้านเอาคราฟต์จินไปผ่านกระบวนการซูวีกับดอกเก๊กฮวยจนกลิ่นหอมพุ่ง เบลนด์เข้ากับสาโทที่หมักจากข้าวเหนียวเขี้ยวงู เหล้าสมุนไพรฝรั่งเศส และดอกดาวเรือง เป็นแก้วที่แอลกอฮอล์ถึงใจ รสชาติออกไปทางหวานอมขม และหอมสมุนไพรเต็มๆ


ปิดท้ายด้วย Chocolate Mali Martini (355 บาท) แก้วนี้หน้าตาเป็นมาร์ตินีแบบใสๆ คลีนๆ แต่ซ่อนดีเทลไว้เพียบ เป็นการผสมผสานระหว่างสาโทและสุรากลั่นที่นำไปอินฟิวส์กับ Cacao Butter เพิ่มมิติด้วยชาจัสมินอูหลง จิบแล้วจะได้ความสตรองแบบมาร์ตินี แต่มีความหอมของมะลิและแทรกด้วยเท็กซ์เจอร์นวลๆ ของเนยโกโก้
เอาเป็นว่าถ้าใครอยากลองเปิดใจจิบอะไรใหม่ๆ หรือรู้สึกว่าวันนี้ใช้พลังงานชีวิตไปเยอะแล้ว ก็ลองแวะไปให้รางวัลตัวเองที่ Enough For Today สั่งค็อกเทลสาโทคราฟต์ๆ มาจิบสักแก้วสองแก้ว แล้วนั่งชิล ปล่อยจอยแบบไม่ต้องคิดอะไร เพราะอย่างที่ชื่อว่านั่นแหละ ‘วันนี้พอแค่นี้แหละ’




