ช่วงหลังเราเริ่มได้เห็นห้องอาหารเทปปันยากิแบบที่เน้นโชว์รสชาติของวัตถุดิบและเทคนิคการใช้ไฟบนเตาเทปปันมากกว่าความตื่นตาตื่นใจแบบไฟลุกท่วม หรือสนุกกับการควงตะหลิว ซึ่งนี่เป็นเทปปันยากิแบบคนญี่ปุ่น ที่นิยมมากินอาหารในบรรยากาศที่เงียบสงบ โดย Hiori ห้องอาหารไพรเวตเทปปันยากิของ Aman Nai Lert Bangkok มาในแบบนั้น พร้อมกับชูจุดเด่นเรื่องเนื้อวัววากิวขนดำ Hitachi Wagyu จากจังหวัดอิบารากิ เป็นจุดขาย
Hiori อยู่ภายใน Aman Club บนชั้น 19 ของโรงแรมฯ ที่มีทั้ง Sesui ห้องอาหารโอมากาเสะซูชิ และ Aman Lounge บาร์ค็อกเทล ซึ่งเปิดให้ลูกค้าทั่วไปที่ไม่ได้เช็กอินเข้าพักใช้บริการได้ แต่ต้องจองเข้ามาล่วงหน้าเท่านั้น
ที่นี่มีเชฟ Yoji Kitayama เป็นผู้ควบคุมเรื่องคุณภาพของอาหารเทปปันยากิ โดยเชฟเลือกใช้เฉพาะวัตถุดิบตามฤดูกาลที่คัดสรรจากฟาร์มที่ดีที่สุดทั่วประเทศญี่ปุ่น บางอย่างก็ทำใช้เองภายในร้าน อย่างซีอิ๊วและมิโซะ เราสามารถเลือกเป็นเมนูอลาคาต หรือเซ็ตเมนู Hiori Journey ที่เชฟจะย่นย่อเอาเมนูไฮไลต์มาให้เราได้ชิมในหนึ่งมื้อ
มาที่นี่แนะนำให้มา 2 คนขึ้นไป เมื่อสั่งเซ็ตเมนูก็จะได้ชิมอาหารจานหลักที่หลากหลาย อย่าง อาหารเรียกน้ำย่อยเป็น Shinshu Salmon Tartare แซลมอนรมควันไม้ซากุระ กินกับโทสต์บริยอชที่หอมเนยกับอูนิและอิกุระ ตามด้วย Takenoko หน่อไม้กับหอยและสาหร่ายวากาเมะ จากนั้นเป็นซุป Wagyu Consomme ที่มีลูกชิ้นกุ้งคุรุมะผสมหอยเชลล์ ต่อด้วย Daikon Salad สลัดหัวไชเท้ากับปลาชิราอุโอะทอด ราดด้วยซอสบ๊วยขิง
ก่อนเข้าสู่อาหารจานหลักยังมี Kinmedai Snapper ปลาคินเมไดทอดกระทะกับผักประจำฤดูกาลในวาซาบิวินิแกรต ส่วนจานหลักมีให้เลือก 3 เมนู Hitachi Wagyu Sirloin Steak สเต๊กเนื้อวากิวสันนอกที่สโลว์คุ๊กบนเตาเทปปันจนสุกแบบมีเดียมแรร์ กินกับเกลือ ซีอิ้ว มิโซะ และพริกดอง Hitachi Wagyu Ribeye Sukiyaki เนื้อวากิวริบอายที่เชฟนำมานาบกระทะ ราดด้วยซอสสุกี้ จิ้มกับไข่แดงดิบ และ Canadian Lobster ล็อบสเตอร์แคนาดาเทปปัน รวมถึงเมนูข้าวและเส้นก็มีให้เลือก 3 เมนู ข้าวผัดกระเทียม ข้าวแกงกะหรี่วากิว และดันดันนู้ดเดิลแบบเย็น ก่อนจบด้วยของหวาน Sakura Anmitsu ไอศกรีมจากดอกซากุระดอง เชอร์รีสด และถั่วขาวกวน