




บาร์แผ่นเสียงบนชั้น 30 ของโรงแรมโรสวูดที่คนรักเพลงวินเทจหรือหลงใหลในเสน่ห์ของแผ่นเสียงต้องแวะมาสักครั้ง เพราะ Lennon’s มีคลังแผ่นเสียงมากถึง 6,000 แผ่นให้เลือกฟังท่ามกลางบรรยากาศบาร์ที่ตกแต่งสไตล์เรโทรผสมความร่วมสมัย เข้ากับเมนูค็อกเทลซิกเนเจอร์เซ็ตใหม่ที่ชื่อว่า Vinyl ซึ่งรวมค็อกเทลทั้งหมด 12 แก้วที่ได้แรงบันดาลใจจากเพลงดังยุค 80s และ 90s ทุกแก้วสื่อถึงเพลงที่เราคุ้นเคย ทั้งในแง่ของรสชาติ อารมณ์ และพลังของยุคนั้นๆ



หลังจากที่ก่อนหน้านี้ Lennon’s ของโรงแรม Rosewood Bangkok ได้เปลี่ยนเมนูโดยนำเอาแผ่นเสียงไวนิลมาบอกเล่าเรื่องราว ล่าสุด KT Lam และเจมส์ ได้ปรับเมนูใหม่อีกครั้ง ในชื่อ Bangkok Beats โดยนำเอาคีย์ของตัวโน๊ตมาไล่ระดับความเข้มข้นของเครื่องดื่ม ตั้งแต่โด เร มี ไล่ไปทั้งหมด 8 เมนู
แถมครั้งนี้ยังเล่นสนุกกับเล่มเมนูได้ด้วย โดยทาง Lennon’s ออกแบบเล่มเมนูเป็นเครื่องดูฟิล์มทรงตลับเทปคาสเซ็ตที่ให้เราส่องดูม้วนฟิล์มที่รวมเอาภาพถ่ายเมนูค็อกเทลทั้ง 8 แก้ว เอาไว้ภายใน เรียกว่า แอนะล็อก แบบสุดๆ สมกับเป็นบาร์ค็อกเทลที่มีแผ่นเสียงไวนิลและเทปคาสเซ็ต
ความน่าสนใจของเมนูใหม่ยังอยู่ที่การนำเอาคลาสสิกค็อกเทลมาทวิสต์ โดยทวิสต์ด้วยการนำเอาวัตถุดิบไทยและเมนูอาหารไทยมาใช้ ไม่ว่าจะเป็น สาคู ข้าวเหนียวมะม่วง ข้าวผัดอเมริกัน ชาไทย ผัดไทย ปลาแห้งแตงโม โอเลี้ยง และส้มตำ บอกเลยว่าสนุกมาก แต่รสชาติไม่ได้รีมายด์แบบตรงๆ นะ แต่เอาองค์ประกอบของเมนูเหล่านั้นมาใช้
เริ่มที่ ManDo-Tini อินสปายจากข้าวเหนียวมะม่วง ใช้น้ำมันมะกอกแฟชวอชกับจิน ผสมกับมะม่วงอบแห้งและมะยงชิด มาพร้อมลูกชุบรูปมะม่วง ไล่คีย์โน๊ตมาที่ SagoRegroni ที่ผสมผสานคลาสสิกค็อกเทลเข้ากับสาคูเปียกลำใย เป็นเนโกรนีที่มีมิติของใบเตยและลำใย มาพร้อมสาคู 2 รส ใบเตย และมะพร้าว ที่ทำให้ทุกการจิบรสชาติแตกต่างกันไปตามรสของสาคู มาที่คีย์โน๊ตที่สาม AmeMican Mary อินสปายจากข้าวผัดอเมริกันที่ไม่มีในอเมริกา เอาองค์ประกอบอย่างซอสมะเขือเทศที่ใช้แครอทและเพิ่มสับปะรดเข้ามาสร้างรสแบบซอสมะเขือเทศ โดยใช้ไขมันเนื้อวากิวมาเพิ่มความอุมามิให้บลัดดีแมรี พร้อมไข่แดงเค็มโรยหน้า
มาสู่คีย์โน๊ตที่สี่ Fad Thai Sour อินสปายจากผัดไทยและทวิสต์จากวิสกี้ซาว์ ที่นำเอามะขามเปียก ถั่วที่ใช้พีนัตบัตเตอร์ไปแฟชวอชกับเบอร์เบิน ตามด้วย SolTum ส้มตำในเวอร์ชันของเหลวที่ใช้น้ำของกุ้งต้มกับใบไชยา มะละกอสุกพิวเร รากผักชี มะเขือเทศ มะขาม และพริก แก้วนี้รสจัดจ้านด้วยความเผ็ด แต่บอดี้ไม่แน่น แนะนำให้แพริ่งกับปีกไก่ทอดคลองไผ่ ที่กลิ่นรสของสมุนไพร ทำให้เรานึกถึงการกินไก่ทอดส้มตำที่เจ๊กีซอยโปโล
และ 3 คีย์โน๊ตสุดท้าย Fish & WatermeLa Punch แตงโมปลาแห้งที่ทำเป็นมิลก์พันช์ มีชามะลิ แตงโม โยเกิร์ต มาพร้อมกระดูกปลาอบกรอบที่รสแน่นด้วยปลาแห้ง Thai MilkTi ชาไทย หรือชาส้ม ที่นำเอาดอกฮ็อฟที่ใช้ทำเบียร์มาผสมกับชาไทย รวมถึงนมและองค์ประกอบอื่นๆ และ C&C Donic อินสปายโอเลี้ยงยกล้อที่ใช้เก๊กฮวยโทนิคเป็นเบสแล้วยกล้อด้วยจินโอเลี้ยงท็อปด้านบน


