
ปฏิเสธไม่ได้ว่าในปี 2026 นี้ คนไทยหันมาดื่มมัทฉะมากขึ้น จนกลายเป็นเหมือนซับคัลเจอร์หนึ่งที่ใกล้เคียงกาแฟเข้าไปทุกวัน ซึ่งจริงๆ กระแสมัทฉะฟีเวอร์บ้านเราคือพีกมาตั้งแต่ช่วงปี 2024-2025 แล้ว เพียงแต่ในปี 2026 นี้ ชาวกรุงเทพฯ จะได้มีทางเลือกที่มาขึ้น จากผู้ประกอบการรุ่นใหม่ๆ ที่เข้ามาเป็นเพลย์เยอร์ในสนามนี้แบบจัดเต็ม
Matcha People ไม่เป็นเพียงผู้ประกอบการมัทฉะที่เข้ามาสร้างความสดใหม่ให้เทรนด์มัทฉะกรุงเทพฯ เท่านั้น แต่การมาถึงของร้านนี้ที่เลือกปักหมุดในย่านคนเก๋อย่างซอยอารีย์ ยังมาพร้อมการสร้างคอมมูนิตี้ของคนรักมัทฉะในย่านนี้ให้แข็งแกร่งขึ้นอีกด้วย โดยร้านนี้เป็นการรวมตัวของคนในวงการมัทฉะ ทั้งคนนำเข้า คนสายคาเฟ่ ไปจนถึงคนชอบดื่มมัทฉะ
ดีเทลที่เราชอบมากๆ ของร้านนี้ คือตัวอินทีเรียดีไซน์ที่โดดเด่นทั้งฟังก์ชันและความสวยงามสไตล์มินิมัลลิสต์ โต๊ะวงกลมขนาดยักษ์ใจกลางร้านถูกออกแบบมาภายใต้คอนเซปต์หลักที่เป็นหัวใจของ Matcha People ที่อยากให้คนรักมัทฉะ (ซึ่งในที่นี้ก็คือ ‘Matcha People’) จากทั่วทุกสารทิศ ได้มานั่งล้อมวงชิมมัทฉะ พร้อมพูดคุยแลกเปลี่ยนความชอบ-ไม่ชอบ ไปจนถึงแชร์เทคนิคลับแห่งศาสตร์การชงมัทฉะประจำตัวของแต่ละคนด้วย
และความสนุกที่เกิดขึ้นต่อเนื่องจากการได้นั่งล้อมวงแชร์เรื่องมัทฉะในสภาชาเขียวโต๊ะกลมของ Matcha People เลยทำให้เกิดการครีเอตเมนูเครื่องดื่มเบสมัทฉะในรูปแบบใหม่ๆ ที่ทำให้วัฒนธรรมการดื่มชาเขียวของคนเมืองสนุกขึ้น อย่างเช่นการนำมัทฉะไปผสมกับน้ำฝรั่ง และท็อปด้านบนด้วยกรานิต้าฝรั่งอีกทีในเมนู Green Guava Granita (220 บาท) หรืออย่าง Matcha Cherry Coke (220 บาท) ที่ใช้โคล่ารสเชอร์รี่มาผสมกับมัทฉะ ฟีลคล้ายดื่มค็อกเทล
ส่วนขนมหวานที่นี่ก็มีทั้ง Hojicha Banana Bread (180 บาท) , Matcha & Genmai Burnt Cheesecake (220 บาท) และ Matcha & Chocolate Shortbread (180 บาท) ที่ก็อร่อยสมมงการได้ทีมหุ้นส่วนหลักจากบ้าน Drop by Dough มาควบคุมการผลิต







