นี่คือการรีแบรนด์ครั้งใหญ่ของห้องอาหาร Sra Bua ที่เปิดให้บริการมาพร้อมกับโรงแรม Siam Kempinski Hotel Bangkok ยาวนานถึง 15 ปี โดยปรับเปลี่ยนทุกอย่าง ทั้งคอนเซ็ปต์ ดีไซน์ อาหาร รวมถึงปรัชญาในการทำอาหารใหม่ทั้งหมด โดยได้เชฟหนุ่ม-วีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์ ผู้ก่อตั้ง Samuay & Sons มาช่วยดูแลในชื่อใหม่ Sra Bua by Num Weerawat
เชฟหนุ่ม ให้ความสำคัญกับวัตถุดิบตามฤดูกาล รวมถึง Biodiversity หรือความหลากหลายของพืช ผัก และเนื้อสัตว์ในประเทศไทย นอกจากนี้เชฟยังเคยทำแล็ปอาหารหมักดองมาก่อนหน้านี้ในโปรเจ็กต์ของตัวเอง ซึ่งได้นำเอาประสบการณ์มาต่อยอดเป็นแกนหนึ่งของอาหารไทยร่วมสมัยของที่นี่ด้วย อีกจุดเด่นก็คือ การรวบรวมข้าวไทยไว้มากกว่า 30 สายพันธุ์ ซึ่งทุกอย่างจะถูกบอกเล่าโดยเชฟ ผ่านนิทรรศการ ข้าวไทย ของหมักดอง และวัตถุดิบต่างๆ ก่อนเข้าสู่มื้ออาหาร
เชฟเซ็ตประสบการณ์ของมื้ออาหารเอาไว้ 2 แบบ Signature Biodiversity Journey ที่นำเอาโปรตีนและพีชผักจากทั่วประเทศมาตีความเป็นมื้ออาหาร และ Plants and Roots Forward Journey ไม่มีเนื้อสัตว์เลย เน้นพืชผักเป็นหลัก ซึ่งน่าจะเป็นห้องอาหารไทยแห่งแรกๆ ที่ทำเมนูนี้ ผ่าน 11 คอร์สเมนู โดยสามารถแพริงไวน์ หรือ Zero Proof ซึ่งซอมเมลิเยจะออกแบบการแพริงไว้ถึง 4 รูปแบบ
อาหารสระบัวโดยเชฟหนุ่ม มีรสชาติจัดจ้าน และได้กินวัตถุดิบที่เราอาจจะไม่คุ้นเคยมากขึ้น อย่าง หน่อไม้บงหวานที่กินดิบได้ แถมเรายังได้กินน้ำหญ้านางในไฟน์ไดนิง, ผักดอง 9 ชนิด เสิร์ฟมากับขนมจีนน้ำพริก, บัว ที่เชฟนำเอาทุกส่วนมาใช้ทั้งฝั่งของพืชที่ใช้บัวทุกส่วน เสิร์ฟคู่กับฟอร์มเดอะโนสทูเทลที่ใช้ส่วนต่างๆ ของไก่, เครื่องแกงหลากสีจิ้มด้วยข้าวโพดย่าง, น้ำพริกอ่องกับผักเชียงดาและผักแพว, นำผลไม้รสเปรี้ยวมาทำน้ำพริกนครบาล กินกับกุ้งแม่น้ำย่าง และข้าวหนุกงา, ขนมจีนแกงส้มใต้ มากับหยวกกล้วยและสาหร่ายพวงองุ่น, ขนมปังไข่ผำและอ่องปูนา, หลามผักที่นำเอาผักไปใส่กระบอกไม้ไผ่ย่าง, ต้มแซ่บที่นำเอาเป๋าฮื้อ ปลิงทะเล และกังป๋วยแบบพระกระโดกำแพงมาใช้เป็นเบสซุป, ต้มขมิ้นที่ใช้น้ำจากการผักมาเป็นเบสซุป
เมนคอร์ส เสิร์ฟข้าว 3 อย่าง ซึ่งจะเปลี่ยนไปเรื่อยๆ มีข้าวซ้อมมือเป็นข้าวนางขวิดจากตรัง ข้าวขาวเป็นข้าวอูน้ำนมจากภาคเหนือ และข้าวกล้องเป็นข้าวพญาลืมแกงจากเพชรบูรณ์ มาในจานเซรามิกที่เล่าเรื่องแลนด์สเคปที่มีพื้นที่แตกต่างกัน มาพร้อมกับข้าว 4 อย่าง ปลากุสลาดกับแกงคั่วส้ม หรือมัสมั่นหน่อไม้ย่างกับชิพแก่นตะวัน มาพร้อมยำ น้ำพริก และผัดผัก ส่วนของหวาน ขนมถั่วเขียว หรือขนมหวานที่อินสปายจากเพชรบุรีนำเอาข้าวมาใช้กับตาลโตนด