
ถึงไม่มีทะเลแต่กรุงเทพฯ มีบีชบาร์! ใครอยากปล่อยใจกับไวบ์ชิลๆ เหมือนนั่งจิบดริงก์ ฟังเสียงคลื่น รับลมเย็นๆ อยู่ริมชายหาด ชวนเพื่อนไปจอยกันได้ที่ 5 ร้านนี้

รูฟท็อปบาร์ที่โรงแรม Estelle Ekkamai (หรือ Mövenpick Residences Ekkamai เดิม) ในซอยสุขุมวิท 63 (เอกมัย) ที่ยกเสน่ห์ของ Tulum เมืองชายฝั่งทะเลของเม็กซิโกมาไว้ที่กรุงเทพฯ การตกแต่งร้านด้วยสไตล์โบโฮชิกที่รายล้อมด้วยต้นไม้สีเขียว เฟอร์นิเจอร์และของตกแต่งที่ทำจากวัสดุธรรมชาติอย่างไม้กับหวาย และแสงไฟหลากสีสันในยามค่ำคืน ทำให้รูฟท็อปบาร์แห่งนี้เป็นอีกหนึ่งร้านที่เหมาะกับการแวะมาแฮงเอาต์ในบรรยากาศบีชคลับ
เครื่องดื่มของที่ร้านจะเป็นสไตล์ทรอปิคัลดริงก์ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากวัฒนธรรมการดื่มของเมือง Tulum ซึ่งมีทั้งความสดชื่นของผลไม้ตระกูลซิตรัส ความเผ็ดร้อนเบาๆ และกรุ่นกลิ่นควันของเมซคาล เสิร์ฟคู่กับบาร์ไบต์สไตล์เม็กซิกัน และมีดนตรีแนวดีปเฮาส์, แอโฟรบีตส์ และละติน สร้างบรรยากาศสนุกๆ ตลอดค่ำคืน

บีชบาร์ที่ทุกคนจะได้สัมผัสบรรยากาศการแฮงเอาต์ในรีสอร์ตหรูริมชายหาดจากบนชั้น 5 ของ Emsphere ท่ามกลางการตกแต่งสไตล์โบฮีเมียนที่ชวนให้นึกถึงปาร์ตี้ริมหาดบนเกาะ Ibiza อันโด่งดังของสเปน มีไฮไลต์เป็นสระว่ายน้ำอินฟินิตีทอดยาวที่ทุกคนสามารถลงไปว่ายน้ำหรือนั่งจิบเครื่องดื่มชิลๆ พร้อมชมวิวเมืองและสวนเบญจสิริได้
TRIBE Sky Beach Bar เปิดให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน เมนูอาหารและเครื่องดื่มจึงมีความหลากหลาย มีตั้งแต่ของว่างเบาๆ ไปจนถึงเบอร์เกอร์ อาหารทะเล และพิซซ่า ส่วนเครื่องดื่มก็มีทั้งค็อกเทล เบียร์ ไวน์ และเครื่องดื่มดับร้อนอีกหลายรายการ ในช่วงกลางคืนทุกคนจะได้สนุกไปกับดีเจที่มาพร้อมเสียงเพลงแนวออร์แกนิกเฮาส์และแอโฟรบีต

รูฟท็อปบาร์แห่งนี้อยู่บนชั้น 5 ของ EmQuartier เป็นที่แฮงเอาต์ยอดนิยมอีกแห่งในย่านพร้อมพงษ์ที่พาทุกคนหลีกหนีจากความวุ่นวายของเมืองกรุงไปสัมผัสความชิลสไตล์บีชคลับในร้านที่ตกแต่งด้วยสไตล์คาบานาและทรอปิคัลที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายและมีชีวิตชีวา มีหลายโซนให้เลือกนั่ง ไม่ว่าจะเป็น Zail Zone ที่จะเสิร์ฟเบียร์หลากหลายชนิดทั้งไทยและต่างประเทศคู่กับทาปาส, Ellipse Bar สำหรับสายค็อกเทล, Tent Zone โซนอินดอร์ที่มีกลิ่นอายบาหลี และ Terrace Zone หรือบริเวณระเบียงที่เหมาะกับการนั่งชมวิวและมีความเป็นส่วนตัว

อีกหนึ่งอาณาจักรความชิลจากเครือ Watermelon Group เจ้าของบาร์ชื่อดังหลายแห่งในกรุงเทพฯ อย่าง Rabbit Hole, Crimson Room, Bar Marco, Fuchsia และ Canvas โดย The River Club ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา (เจริญกรุง 80) มาพร้อมสถาปัตยกรรมที่ได้รับแรงบันดาลใจจากบาหลีและบรรยากาศของเกาะทรอปิคัล เสิร์ฟอาหารสไตล์อีสาน-เม็กซิกัน โดยเชฟชาวสเปน เปเป้ ฮิเมเนซ (Pepe Jiménez) อดีตหัวหน้าครัวของร้าน Jim Thompson และร้านวิลาศ เพิ่มบรรยากาศแบบบีชคลับด้วยเครื่องดื่มสไตล์ติกิและดนตรีแนวแอโฟรเฮาส์, เฮาส์ และละติน จากดีเจ




Rhodes คือบาร์ที่ผสมผสานระหว่างกลิ่นอายเมดิเตอร์เรเนียนและการตกแต่งแบบโมเดิร์นลักชัวรีได้อย่างลงตัว ซึ่งเจ้าของร้านได้แรงบันดาลใจมาจากการไปเที่ยวประเทศกรีซแล้วรู้สึกชอบบรรยากาศของร้านและเมืองที่นั่น เลยจำลองบรรยากาศมาไว้ที่ร้าน และทำถึงชนิดที่ว่าเข้ามาแล้วเหมือนวาร์ปไปอยู่กรีซยังไงยังงั้น
พื้นที่ของร้านจะแบ่งเป็น 2 ชั้น ตกแต่งโดยเน้นโทนสีน้ำตาลเข้มตัดกับขาว เลือกใช้วัสดุที่ให้ความรู้สึกหรูหรา เช่น หนัง กระจก และหินอ่อน คู่กับไม้ที่มีความเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะบนเพดานที่ใช้เป็นไม้ไผ่ทั้งหมด
นอกจากนั้นพื้นผิวของเสาและผนังบางส่วนของร้านยังมีความขรุขระคล้ายทราย และยังออกแบบพื้นที่ทั่วร้านให้มีความโค้งเว้าเพิ่มความเป็นธรรมชาติและทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายมากกว่าการนั่งในห้องสี่เหลี่ยมเป็นไหนๆ ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของสตูดิโอ party / space / design ที่เชี่ยวชาญด้านการออกแบบร้านอาหาร บาร์ และคาเฟ่
ส่วนไฮไลต์ที่ต้อนรับเราตั้งแต่ทางเข้าร้านก็คือภาพคลื่นน้ำทะเลสีฟ้าใสกำลังซัดเข้าฝั่งที่ถูกฉายลงบนพื้นทางเดินสีขาวราวกับว่าเป็นหาดทรายบนเกาะสักที่
ค็อกเทลซิกเนเจอร์ของ Rhodes ก็นำเสนอความเป็นกรีซและวัฒนธรรมในประเทศแถบเมดิเตอร์เรเนียน รังสรรค์โดย ‘ฟิลลิป-ธีรศักดิ์ เฮ้าเฮง’ เฮดบาร์เทนเดอร์ ไม่ว่าจะเป็น
I’m in love with the Coco (400 บาท) ทวิสต์มาจาก Piña Colada เพิ่มความแปลกใหม่โดยใช้รัมที่มีกลิ่นและรสชาติของเนยถั่ว และกะทิที่มีส่วนผสมของท็อฟฟี่
Evil Eyes (490 บาท) ที่นำสัญลักษณ์ทางความเชื่อของชาวกรีซมาเป็นแรงบันดาลใจ แก้วนี้เป็นค็อกเทลแนวรีเฟรชชิ่งที่ใช้จินผสมบลูเบอร์รี่เป็นเบส มีส่วนผสมเด่นๆ ก็มีทั้งลิเคียวร์โกโก้ บัตเทอร์สก็อต ฟอร์ติไฟน์ไวน์ เวอร์มุธ เลม่อน ไข่ขาว และเติมสีฟ้าด้วยสาหร่ายสไปรูลิน่าเพื่อสื่อถึงน้ำทะเล
White Gold (590 บาท) ชูวัตถุดิบขึ้นชื่อของกรีซอย่าง ‘เฟตาชีส’ โดยนำมาทำเป็นโฟมนุ่มๆ ท็อปที่ด้านบนแก้ว ส่วนตัวเครื่องดื่มใช้รัมที่มีกลิ่นและรสชาติของสัปปะรดจี่เป็นเบส ผสมกับไวน์หวานสเปนเพื่อตัดเลี่ยน และเพิ่มความฟรุตตี้ด้วยผลไม้อย่างส้ม พีช เลม่อน
400 B.C. Toys (490 บาท) ได้แรงบันดาลใจจาก ‘โยโย่’ ของเล่นที่ถือกำเนิดจากกรีซเมื่อ 400 ปีก่อนคริสตกาล เลือกใช้รัม 8 ปีเป็นเบส ตามด้วยไวน์ร้อนที่มีกลิ่นเครื่องเทศ เพิ่มรสชาติด้วยราสป์เบอร์รี่ และอัดคาร์บอนไดออกไซด์ให้ซ่า เสิร์ฟคู่กับมาการอง