
งานประกาศผลรางวัล Asia’s 50 Best Restaurants 2025 จัดขึ้นเมื่อวันที่ 25 มีนาคม ที่ผ่านมา ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ซึ่งผลที่ออกมาค่อนข้างน่าสนใจ เนื่องจากมีร้านอาหารจากประเทศไทย 9 ร้านติดเข้ามาในลิสต์ของปีนี้
โดยในปีนี้ Gaggan ร้านอาหารจากประเทศไทย ยังคว้า อันดับ 1 ของเอเชีย หรือ The Best Restaurant in Asia ร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย นอกจากนี้ยังมีอีก 8 ร้านอาหาร ที่ติดเข้ามาในลิสต์ 50 อันดับ ทำให้กรุงเทพฯกลายเป็นเมืองที่ได้รับรางวัลนี้มากที่สุดในเอเชีย โดยครองอันดับร่วมกับกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
สำหรับอันดับของร้านอาหารในประเทศไทย ได้แก่ อันดับ 1 Gaggan ควบตำแหน่ง The Best Restaurant in Asia และ The Best Restaurant in Thailand, อันดับ 6 Nusara, อันดับ 11 Sühring, อันดับ 13 Potong , อันดับ 16 Sorn, อันดับ 20 Le Du, อันดับ 31 Gaggan at Louis Vuitton, อันดับ 44 Baan Tepa และอันดับ 47 Samrub Samrub Thai
แน่นอนว่าเราจะพาไปทำความรู้จักกับร้านอาหารทั้ง 9 ร้าน พร้อมด้วยราคาคอร์สอาหารที่อัปเดตล่าสุด พร้อม Link จองให้ได้ตามไปชิมกัน
นอกจากนี้ยังมีเชฟจากประเทศไทยที่ได้รางวัลพิเศษ ได้แก่ เชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ จากร้าน Baan Tepa ได้รับรางวัล Asia’s Best Female Chef Award 2025 และเชฟเดช คิ้วคชา จากร้าน Gaggan at Louis Vitton ได้รับรางวัล Asia’s Best Pastry Chef 2025
สำหรับ List 51-100 มีร้านอาหารในประเทศไทย ติดเข้ามาทั้งหมด 6 ร้าน ได้แก่ อันดับที่ 65 GAA ตามด้วย อันดับที่ 75 Côte by Mauro Colagreco, อันดับ 80 Blue by Alain Ducasse, อันดับ 81 Wana Yook, อันดับ 98 Bo.Lan และอันดับที่ 99 Ms. Maria & Mr. Singh
ติตตามลิสต์ Asia’s 50 Best Restaurants 2025 ทั้งหมดได้ที่ https://bit.ly/A50BR25
นี่คือ ร้านอาหารที่ดีที่สุดในเอเชีย หรือ The Best Restaurant in Asia 2025 และอันดับที่ 6 ของ The World 50 Best Restaurants 2025 โดยเชฟ Gaggan Anand เชฟชาวอินเดียที่มาเปิดร้านอาหารในประเทศไทยมาอย่างยาวนาน เคยได้รับรางวัล The Best Restaurant in Asia มาแล้วถึง 4 สมัยติด 2015-2018 ก่อนที่จะย้ายร้านมายังซอยสุขุมวิท 31 พร้อมปรับคอนเซ็ปต์ใหม่ในแบบ The Food Opera ที่ประกอบด้วย Food, Music และ Theatre ที่ตัวเชฟกากันเปรียบได้กับวาทยากรที่คอยบรรเลงอาหารและเพลงไปในแต่ละองค์ ให้เราสัมผัสประสบการณที่ได้ทั้งรูป รส กลิ่น และเสียง ผ่านทางมือ ตา ลิ้น และหู





ร้านอาหารไทย โดยเชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร เป็นร้านอาหารที่สวยงามพร้อมวิววัดโพธิ์พร้อมนำเสนออาหารไทยในแบบร่วมสมัย ที่นี่ได้รับการออกแบบโดยบริษัท Tastespace บริษัทอินทีเรียดีไซน์สัญชาติไทย ที่ฝากผลงานออกแบบร้านอาหาร คาเฟ่ และบาร์ ในเมืองไทยมาแล้วมากมาย ล่าสุดเพิ่งได้รับรางวัล ‘World Most Beautiful Restaurant’ หรือ ‘ร้านอาหารที่สวยที่สุดในโลก’ จากงาน Prix Versailles 2024

Gaggan at Louis Vuitton เป็นร้านอาหารแห่งแรกของหลุยส์ วิตตอง ในเอเชียใต้ โดยมีเชฟ Vix Rathour ภายใต้การนำของเชฟ Gaggan Anand และเชฟเดช คิ้วคชา เจ้าของรางวัล “La Liste Pastry Talent Of The Year” มาช่วยดีไซน์ขนมหวาน


ปีนี้ร้านอาหารบ้านเทพาได้มิชลิน 2 ดาว เป็นปีแรก รวมถึงเชฟตาม-ชุดารี เทพาคำ เชฟเจ้าของร้านยังได้รางวัล MICHELIN Young Chef Award 2024 สำหรับบ้านเทพานำเสนออาหารไทยร่วมสมัยที่เกิดขึ้นจากการเดินทางทั่วไทยของเชฟตามและทีมเพื่อหาวัตถุดิบท้องถิ่นที่น่าสนใจและยังไม่ถูกนำมาใช้ให้เป็นที่รู้จักผ่านอาหารทั้ง 9 คอร์ส


ร้านอาหาร 2 ดาวมิชลิน โดยเชฟแฝด Thomas & Mathias ที่นำเสนออาหารเยอรมันสมัยใหม่ ผสมผสานความทรงจำในวัยเด็ก อาหารที่กินกันในครอบครัว และประสบการณ์การเดินทาง สรุปรวมออกมาเป็นอาหารในแบบของเชฟแฝด เมนู Sühring Erlebnis ให้บริการทั้งมื้อกลางวัน มีให้เลือก 6 คอร์ส ราคา 4,800++บาท และ 9 คอร์ส ราคา 7,800++บาท มื้อเย็นมีเฉพาะ 9 คอร์ส


ร้านอาหารไทย-จีนโปรเกสซีฟ มิชลิน 1 ดาว ของเชฟแพม-พิชญา สุนทรญาณกิจ ที่ปรับเอาบ้านเก่า ห้างขายยาปอคุนเอี๊ยะบ๊อของทางบ้านมาเปิดร้านอาหารไฟน์ไดนิ่งขึ้นมาในเยาวราช โดยนำเสนอผ่านเทสติ้งเมนูมากกว่า 20 เมนู ที่เล่าถึง 5 Elements 5 Senses ล่าสุดมีเมนูอย่างผัดไทยที่เล่าถึงยุคสมัยจอมพล ป. รวมถึงซิกเนเจอร์อย่างโต๊ะจีนที่มีเป็ดดรายเอจ เมนูเด่นที่อยู่มาตั้งแต่เปิดร้าน


ร้านอาหารไทยไฟน์ไดนิ่งที่นำเสนออาหารปักษ์ใต้ของเชฟไอซ์-ศุภักษร จงศิริ ที่ปั้นอาหารปักษ์ใต้ไปสู่ความเป็นร้านอาหารระดับโลก แถมยังได้มิชลิน 2 ดาว มาโดยตลอด เรียกว่ามีความสม่ำเสมอมากในเรื่องรสชาติ ที่จัดจ้านเกินกว่าที่ร้านไฟน์ไดนิ่งจะทำออกมา เล่าผ่านเทสติ้งเมนูและวัตถุดิบที่เชฟไอซ์และทีมตระเวนเฟ้นหามาให้คนกินอย่างเราได้รู้จักภาคใต้ของประเทศไทยมากขึ้น


ก้าวสู่ปีที่ 11 ของ LeDu ดีไซน์ร้านใหม่ที่เล่าเรื่องฤดูกาล และอาหารไทยที่เติบโตขึ้น
ความจริง Friday ได้ไปยลโฉมใหม่ของ LeDu มาได้สักพักแล้วในวันครบรอบ 10 ปี ของร้านที่ทางเชฟต้น-ธิติฏฐ์ ทัศนาขจร ได้ชวนเพื่อนเชฟจากทั่วโลกมาร่วมฉลอง เพียงแต่ว่าในวันนั้นเชฟต้นยังไม่ได้ทำเมนูใหม่ออกมา
ดีไซน์ร้านใหม่บอกเล่าถึง “ฤดู” ที่ชัดเจนมาก ด้วยหลอดแก้วที่ดีไซน์เป็นแชนเดอเลียเรียงรายเป็นคลื่นลมที่เล่าเรื่องราวของวัตถุดิบไทยที่บรรจุอยู่ภายในหลอดแก้ว ซึ่งวัตถุดิบด้านในเป็นวัตถุดิบในฤดูกาลนั้นๆ ไล่ไปตามฤดูกาลของไทยจากร้อนไปฝน และฝนไปหนาว
“อาหารตอนนี้อาจจะไม่มี Reference ในอาหารไทย เป็นอะไรที่ใหม่ ครีเอตด้วยความเข้าใจในอาหารไทย และวัตถุดิบไทย 100 % ก็อยากให้ลองชิม” เชฟต้นเล่าถึงอาหารในปัจจุบัน เราว่ามีความชัดเจนเรื่องอาหารไทยที่เข้าใจง่ายขึ้น กินแล้วรีมายด์กกับอาหารไทยที่มีอยู่ได้แต่แทรกเอาไอเดียบางอย่างที่สดใหม่เข้าไป
เริ่มจาก Amuse Bouche ทาร์ตเห็ดแกงเห็ดใต้ ปลารมควันซ่าปลา ข้าวซอยสตูว์เนื้อ และเกี๊ยวหมูจอผักกาด ตามด้วย Cobia เนื้อปลาช่อนทะเลรมควันแล้วหมักน้ำมะพร้าว มีเนื้อมะพร้าวอ่อน เจลลีหอยเสียบดองน้ำปลา น้ำมันเฟนเนล และซอร์เบน้ำส้มสายชูมะพร้าวหมัก 4 ปี เชฟพยายามใช้ทุกส่วนของมะพร้าว
Banana Prawn บีทรูทต้มกะทิกับกุ้งแชบ๊วยระนอง น้ำมันหัวกุ้ง น้ำมันปลาช่อนแห้ง โรยด้วยปลากระเบนอบแห้ง ราดด้วยซอสน้ำมะขามผสมพริก หอมเผา กะปิ และน้ำมันชะอม ตั้งใจให้เหมือนกัชปาโชที่ใช้เครื่องแกงส้ม อีกเมนูที่น่าสนใจ Squid ปลาหมึกน้ำดำที่ได้ไอเดียจากต้มโคล้ง มาพร้อมหอยแมงภู่ดอง กระเทียมดอง แครกเกอร์กุ้งแพ และซุปต้มโคล้งที่ใช้หมึกแห้งกับปลาคัตสึโอะแห้ง และ Grouper ปลาเก๋าย่างถ่านกับพริกไทยชมพูจากตรัง มาพร้อมเห็ดระโงกและตับเต่า มูสดอกกะหล่ำอินฟิวปลากุเลาตากใบเค็ม ปลาสลิดกรอบ และไหลบัวต้มกะปิ
เมนคอร์สเป็น Thai Wagyu เนื้อไทยมุกดาหารย่าง กินกับใบงาห่อซูกินีย่าง แครอทย่าง แตงโมดองน้ำองุ่น ชิลลีเมโย และข้าวสังข์หยดพัทลุงผสมสาหร่ายทำแบบคูสคูส กรุบๆ หน่อย ราดซอสผัดเผ็ดเนื้อที่มีไวน์แดง จบด้วยของหวาน Betal Leave ไอเดียจากเมี่ยงคำ ช็อกโกแลตมูสกับแยมลิ้นจี่และกระท้อน เจลลีทับทิมขมิ้นมะนาว มาพร้อมครัมเบิลถั่วลิสงและไอศกรีมมะพร้าวคั่วราดน้ำเมี่ยง
ส่วนตัวเราคิดว่าอาหารของ LeDu ล่าสุดเข้าใจง่ายขึ้น แต่เราก็ยังชอบ “ข้าวแช่” ในแบบที่ตีความอาหารไทยอยู่ดี


สำรับสำหรับไทย ได้มิชลิน 1 ดาว เป็นปีแรก แต่ทั้งหมดทั้งมวลที่นี่เริ่มต้นจากการเป็นเชฟเทเบิลขนาดเล็กที่ต้องการคืนชีพให้กับตำราอาหารไทยโบราณ เชฟปริญญ์ ผลสุข อดีตเชฟของร้านน้ำ และศาลาริมน้ำ จึงเริ่มหมุนเวียนเอาตำราอาหารที่ได้มาปรับสูตรให้เข้ากับยุคสมัย แล้วทำให้มีชีวิตอีกครั้งและกินได้จริง