นิทรรศการนี้ถือกำเนิดจากจุดจบของความสัมพันธ์อันยาวนาน ทว่าแทนที่จะโฟกัสที่ความสูญเสีย แต่กลับหันไปสำรวจ "ความรัก" ที่ยังหลงเหลือ
We Said Forever Too Soon | Photo: XSpace Gallery

อัปเดตนิทรรศการศิลปะตลอดเดือนพฤศจิกายน 2025

แวะไปพักใจและเติมแรงบันดาลใจดีๆ ให้กับตัวเอง

14 พ.ย. 2568

ชวนหลบฝนเข้าไปเดินดูงานศิลปะในอาร์ตแกลเลอรีทั่วกรุงเทพฯ ที่พอเข้าสู่เดือนใหม่หลายแห่งก็อัปเดตนิทรรศการใหม่ๆ นำเสนอผลงานของศิลปินทั้งไทยและต่างชาติให้คนรักศิลปะได้แวะไปพักใจ และเติมแรงบันดาลใจดีๆ ให้กับตัวเอง ซึ่งเดือนนี้เราได้คัดงานที่น่าสนใจมาแนะนำทุกคนทั้งหมด 17 นิทรรศการด้วยกัน


Golden Teardrop (2025)

บางเขน

นิทรรศการ Golden Teardrop (2025) โดย อริญชย์ รุ่งแจ้ง ศิลปินร่วมสมัยชาวไทย จัดแสดงที่ MOCA Bangkok
นิทรรศการ Golden Teardrop (2025) โดย อริญชย์ รุ่งแจ้ง ศิลปินร่วมสมัยชาวไทย จัดแสดงที่ MOCA Bangkok
นิทรรศการ Golden Teardrop (2025) โดย อริญชย์ รุ่งแจ้ง ศิลปินร่วมสมัยชาวไทย จัดแสดงที่ MOCA Bangkok
Golden Teardrop | Photo: MOCA Bangkok

พิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย (MOCA Bangkok) ชวนดูผลงานชิ้นสำคัญของ อริญชย์ รุ่งแจ้ง ศิลปินร่วมสมัยชาวไทยผู้มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ซึ่งเคยสร้างความประทับใจให้ผู้ชมทั่วโลกมาแล้วในเวที Venice Biennale 2013 และในครั้งนี้ ผลงานอันทรงคุณค่าชิ้นนั้นได้ถูกนำกลับมาจัดแสดงอีกครั้ง เพื่อให้ผู้ชมชาวไทยได้สัมผัสพลังของศิลปะที่สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง “อดีต ปัจจุบัน และความทรงจำ” ในบริบทใหม่ของพิพิธภัณฑ์ศิลปะไทยร่วมสมัย

จากเวนิสสู่กรุงเทพฯ — “Golden Teardrop (2025)” คือ ตำนานที่กลับมามีชีวิตอีกครั้ง ผ่านการตีความใหม่ของศิลปิน เพื่อสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างศิลปะ ศรัทธา และความทรงจำที่เดินทางข้ามพรมแดน วัสดุทองเหลืองนับร้อยหยดถูกสร้างขึ้นให้ลอยอยู่ในจังหวะอันสงบนิ่งราวกับหยาดฝนสีทองที่แขวนอยู่กลางอากาศ อริญชย์เชิญชวนผู้ชมร่วมตั้งคำถามต่อบทบาทของศิลปะและสถาบัน ผ่านการมอง การรับรู้ และกาลเวลาที่ค่อย ๆ เปลี่ยนความหมายของทุกสิ่งไปอย่างไม่หยุดนิ่ง

นิทรรศการยังมีการจัดแสดงใน 4 พื้นที่สำคัญ ได้แก่ โถงอเทรียม (Atrium) จัดแสดงผลงานชุดใหม่ The Golden Teardrop ที่ศิลปินสร้างขึ้นเป็นพิเศษเพื่อพื้นที่ MOCA Bangkok และเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลกชันถาวรของพิพิธภัณฑ์, ห้องหมุนเวียน 1 จัดแสดงวิดีโอ The Making of Golden Teardrop เผยเบื้องหลังการสร้างสรรค์ผลงานในช่วง Venice Biennale, ห้องหมุนเวียน 2 จัดแสดงผลงานต้นฉบับ Golden Teardrop (2013) ที่ได้รับการสนับสนุนจากสำนักศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย และห้องหมุนเวียน 3 จัดแสดงวิดีโอสัมภาษณ์ศิลปิน ถ่ายทอดแนวคิดและแรงบันดาลใจเชิงลึก


Mae Nam

พร้อมพงษ์

นิทรรศการศิลปะใหม่ทั่วกรุงเทพฯ ในเดือนพฤศจิกายน
Mae Nam | Photo: SAC Gallery

นิทรรศการเดี่ยวโดย ไฉ่ คุน ลิน ศิลปินไต้หวันในโครงการศิลปินพำนักของ SAC Gallery นำเสนอผลงานที่เกิดจากการแปลงเสียงของแม่น้ำในไทยให้กลายเป็นศิลปะมีชีวิต โดยในระหว่างการพำนัก ไฉ่ คุน ลิน ได้บันทึกเสียงใต้น้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำปิง และอ่างแก้ว เพื่อติดตามจังหวะชีวิตของสายน้ำและผู้คนที่พึ่งพิงมัน ชื่อ “แม่น้ำ” (Mother Water) สะท้อนความคิดของศิลปินที่มองน้ำไม่ใช่เพียงธรรมชาติ แต่เป็น “หอจดหมายเหตุแห่งความทรงจำที่มีชีวิต” ประสบการณ์เหล่านี้ปรากฏผ่านประติมากรรมเซรามิก จิตรกรรม และภาพพิมพ์ ผลงานเซรามิกเป็นรูปทรงอินทรีย์เล็กๆ ที่ดูเหมือนหายใจได้

นิทรรศการศิลปะใหม่ทั่วกรุงเทพฯ ในเดือนพฤศจิกายน
Catch the Moon | Photo: BACC

นิทรรศการครั้งประวัติศาสตร์ที่นำเสนอผลงานของ ชาติชาย ปุยเปีย อย่างครอบคลุมและยิ่งใหญ่ที่สุดเป็นครั้งแรก เพื่อให้ผู้ชมได้สัมผัสชีวิต ผลงาน และเส้นทางศิลปะของศิลปินนักปฏิวัติ ผู้ปักหมุดลงบนภูมิทัศน์ของศิลปะร่วมสมัยไทย จนสร้างแรงสะเทือนไปทั่วเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เอเชีย กระทั่งถึงระดับโลก ตลอดเวลากว่าสี่ทศวรรษที่ผ่านมา ด้วยอัตลักษณ์และลีลาในการเสียดสีสังคมอันเฉียบคม นั่นคือภาษาของจิตรกรรมที่ชาติชายพัฒนามาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปลายทศวรรษ 2530 จนกลายเป็นต้นแบบสำคัญในโลกศิลปะ

นิทรรศการนี้รวบรวมผลงานมากกว่า 140 ชิ้น ทั้งจิตรกรรมชิ้นสำคัญ ประติมากรรมอันทรงพลัง และศิลปะจัดวางที่หาชมได้ยาก รวมทั้งนำเสนอผลงานใหม่ที่ไม่เคยจัดแสดงที่ใดมาก่อน พร้อมกับเอกสาร ข้อเขียน ภาพถ่าย และสูจิบัตร ซึ่งจะพาผู้ชมเดินทางไปในโลกแห่งการสร้างสรรค์ของศิลปิน


Downtime Parlor

จุฬาฯ

นิทรรศการศิลปะใหม่ทั่วกรุงเทพฯ ในเดือนพฤศจิกายน
Downtime Parlor | Photo: JWD Art Space

นิทรรศการกลุ่มโดยศิลปิน ซิซิ อู, โดรา การ์เซีย, นิสิตสามย่าน, ห้องสมุดประชาชี, ปรัชญา พิณทอง, นาเดีย เกอร์รูอี และ ไว อิพ พาคนดูไปเพ่งพินิจควันหลงของความแรงกล้าทางการเมือง ไม่ใช่ในฐานะที่มันเป็นอุบัติการณ์ แต่ในฐานะสิ่งที่หลงเหลืออยู่ ในฐานะสนามอารมณ์ที่ยืนหยัด เป็นห้วงเวลาที่ถูกสถิตมากกว่าถูกทิ้งไว้ข้างหลัง เมื่อเหตุการณ์นี้ยืดขยายเกินชั่วขณะที่ถูกจำกัดขอบเขตของมันออกไป มันจึงเล็ดลอดเข้าไปอยู่ในตัวแสดงการรับรู้อื่นๆ ไม่ว่าจะความสิ้นกำลัง การเจรจา และการปรับเทียบการใช้ชีวิตใหม่ทุกวันทั้งที่อยู่ด้วยกันและแยกกันอยู่


นิทรรศการศิลปะใหม่ทั่วกรุงเทพฯ ในเดือนพฤศจิกายน
The Landscape of Paradoxicity | Photo: Numthong Art Space

ชมผลงานของศิลปิน ขวัญชัย ลิไชยกุล ที่นำเสนอภาพสะท้อนสภาพความเป็นจริงของสังคมสมัยใหม่ ซึ่งความงามและความเสื่อมถอยดำรงอยู่เคียงข้างกันอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ความก้าวหน้าและความเสื่อมทรุดอยู่ในโครงสร้างเดียวกันและไม่อาจแยกออกจากกันได้

นิทรรศการศิลปะใหม่ทั่วกรุงเทพฯ ในเดือนพฤศจิกายน
หาเรื่องใส่ตัว | Photo: 6060 Arts Space

นิทรรศการ ‘หาเรื่องใส่ตัว’ โดยศิลปิน สันติ แต้พานิช X ลุง ป้า น้า อา ที่ชวนทุกคนไปเปิดหู เปิดตา #หาเรื่องใส่ตัว เพราะบางครั้ง คนต่างๆ ที่เราไปประสบก็ช่วยให้เราเรียนรู้ บางเรื่องก็ช่วยทำให้เราเติบโต เราได้เรียนรู้เพราะคนอื่นๆ บางครั้งมันก็อาจเปลี่ยนเป็นปุ๋ย สำหรับเราได้

ใครเห็นด้วยไม่เห็นด้วย ไม่เป็นไร สำคัญคือให้ความคิดมันเคลื่อนไหว บางทีอาจช่วยลดน้ำตาลหวานๆ ในฝัน บางทีอาจช่วยบรรเทาความคาดหวังที่ก่อให้เกิดอาการร้อนใน หรืออย่างน้อยก็ได้ออกจากโลกของตัวเองได้ขยับเขยื้อนกายหยาบ หาเรื่องใส่ตัวบ้างก็ดี


Search for Life I

หัวลำโพง

นิทรรศการศิลปะใหม่ทั่วกรุงเทพฯ ในเดือนพฤศจิกายน
Search for Life I | Photo: Bangkok Kunsthalle

นิทรรศการโดยศิลปินลูกครึ่งฟิลิปปินส์–แคนาดา Stephanie Comilang นำเสนอสารคดีแนววิทยาศาสตร์ที่ติดตามร่องรอยของประวัติศาสตร์อาณานิคม การพลัดถิ่น และการเอาชีวิตรอดข้ามรุ่น โดยถ่ายทำระหว่างประเทศฟิลิปปินส์ เม็กซิโก และมหาสมุทร เพื่อเปรียบเทียบการอพยพของผีเสื้อจักรพรรดิกับการเดินทางของชาวฟิลิปปินส์ที่ทำงานในเรือ ซึ่งแรงงานของพวกเขาเป็นพลังขับเคลื่อนการค้าระหว่างประเทศ

ผลงานชิ้นนี้ถูกจัดแสดงท่ามกลางการเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่องของตู้คอนเทนเนอร์และสินค้าภายนอกอาคาร Bangkok Kunsthalle การนำเสนอครั้งนี้เป็นคำเชิญให้มอง “แรงงาน” ไม่ใช่เพียงฉากหลัง แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญที่มีชีวิตและรับรู้ เชื่อมโยงร่างกาย วัสดุ และโลกเข้าด้วยกันในภาวะเคลื่อนไหวไม่หยุดนิ่ง

นอกจากนั้นยังมีโปรแกรมเสวนาในชื่อ “WORKWORKWORK” ที่ขยายประเด็นของนิทรรศการไปสู่การสำรวจความสัมพันธ์ระหว่างแรงงาน ความปรารถนา และการดูแล ผ่านภาพยนตร์ที่สะท้อนให้เห็นว่า “งาน” ส่งแรงสะเทือนต่อร่างกาย ระบบนิเวศ และประวัติศาสตร์อย่างไร


Wheel of Fortune

ราชเทวี

นิทรรศการที่นำไพ่ทาโรต์มาเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปิน 36 คน ถ่ายทอดภาพวาดในสไตล์ของตนเอง
นิทรรศการที่นำไพ่ทาโรต์มาเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปิน 36 คน ถ่ายทอดภาพวาดในสไตล์ของตนเอง
นิทรรศการที่นำไพ่ทาโรต์มาเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปิน 36 คน ถ่ายทอดภาพวาดในสไตล์ของตนเอง
Wheel of Fortune | Photo: Chaloem La Art House

นิทรรศการที่นำไพ่ทาโรต์มาเป็นแรงบันดาลใจให้ศิลปิน 36 คน ถ่ายทอดภาพวาดในสไตล์ของตนเอง แต่ละผลงานคือเรื่องราวชีวิต การเปลี่ยนแปลง และโชคชะตา เพราะไพ่ทาโรต์ไม่ได้เป็นเพียงเครื่องมือทำนายอนาคต แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่พาเราเข้าใกล้ความคิดและอารมณ์ส่วนลึกของจิตใจ นิทรรศการนี้จึงเป็นพื้นที่ให้ผู้ชมได้หยุดคิดและเชื่อมโยงกับสิ่งที่อยู่ภายในใจ ผ่านภาพวาดที่หลากหลายและมีเอกลักษณ์ของศิลปิน


We Said Forever Too Soon

พระโขนง

นิทรรศการศิลปะใหม่ทั่วกรุงเทพฯ ในเดือนพฤศจิกายน
นิทรรศการนี้ถือกำเนิดจากจุดจบของความสัมพันธ์อันยาวนาน ทว่าแทนที่จะโฟกัสที่ความสูญเสีย แต่กลับหันไปสำรวจ "ความรัก" ที่ยังหลงเหลือ
นิทรรศการนี้ถือกำเนิดจากจุดจบของความสัมพันธ์อันยาวนาน ทว่าแทนที่จะโฟกัสที่ความสูญเสีย แต่กลับหันไปสำรวจ "ความรัก" ที่ยังหลงเหลือ
นิทรรศการนี้ถือกำเนิดจากจุดจบของความสัมพันธ์อันยาวนาน ทว่าแทนที่จะโฟกัสที่ความสูญเสีย แต่กลับหันไปสำรวจ "ความรัก" ที่ยังหลงเหลือ
นิทรรศการนี้ถือกำเนิดจากจุดจบของความสัมพันธ์อันยาวนาน ทว่าแทนที่จะโฟกัสที่ความสูญเสีย แต่กลับหันไปสำรวจ "ความรัก" ที่ยังหลงเหลือ
We Said Forever Too Soon | Photo: Mini XSpace Gallery

นิทรรศการนี้ถือกำเนิดจากจุดจบของความสัมพันธ์อันยาวนาน ทว่าแทนที่จะโฟกัสที่ความสูญเสีย แต่กลับหันไปสำรวจ "ความรัก" ที่ยังหลงเหลือ ความอ่อนโยน ความอบอุ่น และความทรงจำที่ยังไม่จางหาย

ด้วยโทนสีอ่อนละมุนปนขมขื่น ภาพวาดเหล่านี้ถ่ายทอดอารมณ์ที่เกินจะบรรยายเป็นคำพูด ร้อยเรียงความเศร้าและความงามเข้าเป็นภาษาเดียวกัน แต่ละชิ้นงานคือการให้เกียรติกับสิ่งที่เคยเกิดขึ้น พร้อมมอบการปลอบโยนว่า: จุดจบของความสัมพันธ์ ไม่ใช่จุดจบของความรัก

นิทรรศการนี้เป็นคำปลอบโยนเงียบๆ เชื้อเชิญทุกคนที่เคยเจ็บปวดจากความรักให้มองเห็นว่า "ความรักไม่เคยหายไปไหน" มันแค่เปลี่ยนแปลง ลึกซึ้งขึ้น และพาเราเดินหน้าต่อไปเตือนเราว่า แม้ตลอดไปจะจบลงก่อนเวลาอันควร แต่ความรักยังคงอยู่ เป็นแหล่งแห่งความหวัง และการเริ่มต้นใหม่ที่พาเราเดินหน้าต่อไป


Handle with Care

พระโขนง

นิทรรศการเดี่ยวโดย สิราษฎร์ อินทรโชติ (Madeitwhendrunk: MIWD)
นิทรรศการเดี่ยวโดย สิราษฎร์ อินทรโชติ (Madeitwhendrunk: MIWD)
นิทรรศการเดี่ยวโดย สิราษฎร์ อินทรโชติ (Madeitwhendrunk: MIWD)
Handle with Care | Photo: XSpace Gallery

นิทรรศการเดี่ยวโดย สิราษฎร์ อินทรโชติ (Madeitwhendrunk: MIWD) ผลงานชุดนี้ไม่ได้ตั้งคำถามต่อ “ความเปราะบาง” ในฐานะสัญลักษณ์ของความอ่อนแอ หากแต่กลับมองว่ามันคือ “หลักฐานของการคงอยู่” ศิลปินถ่ายทอดกระบวนการมองตนเองผ่านการรื้อแยกเศษเสี้ยวของอดีต การรับรู้บาดแผล และการค่อยๆ ประกอบชีวิตกลับขึ้นใหม่ ผ่านการจัดแสดงที่แบ่งการเดินทางของบาดแผลออกเป็น 5 โซน — จาก “การเลือนราง” ของตัวตนสู่วัฏจักรของ “ความบอบบาง” ในภาวะการจมหาย (Zone 2) ที่ดำดิ่งลงสู่ความเงียบ และ “การโอบที่ผิดวิธี” (Zone 3) ก่อนเคลื่อนไปสู่สภาวะอ่อนไหวที่เราเริ่มเลือกจะ “วางดอกไม้ในช่องว่างของรอยร้าว” (Zone 4) การโอบอุ้มในที่นี้ไม่ใช่การปิดบังความเสียหาย แต่คือการยอมรับว่าความงามสามารถงอกงามขึ้นได้แม้ในพื้นที่ของบาดแผล และสุดท้าย นำไปสู่โซนที่ 5 “การขอโทษและการให้อภัยตนเอง”


Conceal

พระนคร

นิทรรศการแสดงเดี่ยวครั้งแรกของศิลปิน ภัณฑิรา กำเหนิดโทน เปิดเผยโลกที่เต็มไปด้วยความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์ จัดแสดงที่ Joyman Gallery
นิทรรศการแสดงเดี่ยวครั้งแรกของศิลปิน ภัณฑิรา กำเหนิดโทน เปิดเผยโลกที่เต็มไปด้วยความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์ จัดแสดงที่ Joyman Gallery
นิทรรศการแสดงเดี่ยวครั้งแรกของศิลปิน ภัณฑิรา กำเหนิดโทน เปิดเผยโลกที่เต็มไปด้วยความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์ จัดแสดงที่ Joyman Gallery
นิทรรศการแสดงเดี่ยวครั้งแรกของศิลปิน ภัณฑิรา กำเหนิดโทน เปิดเผยโลกที่เต็มไปด้วยความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์ จัดแสดงที่ Joyman Gallery
Conceal | Photo: Joyman Gallery

นิทรรศการแสดงเดี่ยวครั้งแรกของศิลปิน ภัณฑิรา กำเหนิดโทน เปิดเผยโลกที่เต็มไปด้วยความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์และสัตว์ ผ่านภาพเหนือจริงที่งามชวนฝันแต่แฝงความลึกลับ ภาพสัตว์ทดลองที่รูปร่างถูกดัดแปลง หรือสัตว์ที่เป็นสัญลักษณ์แทนความรู้สึกและตัวตนของเธอ สัตว์เหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงสิ่งมีชีวิตตัวประกอบ แต่เป็นตัวแทนอารมณ์ ภาวะเปราะบาง ความหวาดกลัว ความเจ็บปวด และความหวังที่ถูกซ่อนไว้ภายใต้รูปลักษณ์ภายนอก

สิ่งที่ทำให้งานของเธอแตกต่างคือการผสมผสานที่ลงตัวระหว่างความงามของกล้ามเนื้อที่สวยงาม แสดงถึงความเข้าใจในกายวิภาคที่แม่นยำ เข้ากับจินตนาการเหนือจริงไร้ขอบเขต สร้างความรู้สึก บางเบา เหมือนความฝันยามค่ำคืน แต่กลับหนักแน่นด้วยเนื้อหาและเทคนิคที่ละเอียดละออ น้ำหนักสีไม้ที่ซ้อนทับกันอย่างบรรจงสร้างมิติและความลึกในชั้นผิว จนผู้ชมรู้สึกว่าสามารถสัมผัสถึงผิวหนังและอารมณ์ของตัวละครเหล่านั้นได้

งานศิลปะของเธอจึงเป็นเสมือนประตูสู่โลกแห่งความลับ เปิดเปลือยร่องรอยอารมณ์ควบคู่กับความปรารถนาที่ไม่อาจเอ่ย ความจริงที่ถูกซ่อนเร้นและการตั้งคำถามต่อโลกใบนี้ผ่านมุมมองและจินตนาการของศิลปิน เพื่อรอคอยให้ผู้ชมเข้าไปสำรวจและตีความด้วยตนเอง


นิทรรศการกลุ่มที่รวบรวมผลงานจาก 13 ศิลปินสตรีตอาร์ตมาจัดแสดงผ่านแนวคิด ‘ศิลปะไร้โจทย์’
Club Canvas | Photo: Street Star Gallery

นิทรรศการกลุ่มที่รวบรวมผลงานจาก 13 ศิลปินสตรีตอาร์ตมาจัดแสดงผ่านแนวคิด ‘ศิลปะไร้โจทย์’ เน้นการผสมผสานความเป็นตัวตนของศิลปินแต่ละคนและการโต้ตอบกับพื้นที่เพื่อขยายพรมแดนของงานศิลปะร่วมสมัยและสตรีตอาร์ตให้กว้างกว่าที่เคย

รายชื่อศิลปินที่เข้าร่วม ได้แก่ AEPACA / Bigdel / Elboglass / hifly / Haihaitoon / Jitti Robot / Jiggo Peerapol / MANZOOD / Phai Tanasan / Rasiki / Soul Crazy / Stoneybvloney / Wanda Chaima และ Teayii

งานนี้ไฮไลต์อยู่ที่วันเปิดงาน 16 พฤศจิกายน 2568 ซึ่งจะมีกิจกรรม Urban Music x Soft Clubbing ให้ทุกคนได้แฮงเอาต์กันทั้งวันแบบไร้แอลกอฮอล์ โดยจะเสิร์ฟเครื่องดื่มเป็นกาแฟและม็อกเทลแทน และสร้างสีสันด้วยจังหวะสนุกๆ จากดีเจที่คัดสรรมาอย่างดีตามไลน์อัปด้านล่าง

10:00-11:00 DJ DAVESOUL (Kid DJ)

12:00-14:00 DJ Gungun

14:00-16:00 DJ Proysai

16:00-18:00 DJ Sarttra

เป็นงานที่ทุกคนจะได้สัมผัสประสบการณ์ที่มากกว่าการชมงานศิลปะแต่เป็นการใช้เวลาอยู่ในคอมมูนิตีของคนรักศิลปะตัวจริง ได้พบปะศิลปินอย่างใกล้ชิด รวมถึงได้ทำความรู้จักเพื่อนใหม่ที่มีทั้งศิลปิน ดีเจและครีเอเตอร์จากหลากหลายสาขา

อีเวนต์เปิดตัวนิทรรศการ Club Canvas จะจัดขึ้นในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568 เวลา 08:00-18:00 บัตรเข้างานราคา 300 บาท รับเครื่องดื่ม (กาแฟหรือม็อกเทล) 1 แก้ว จองบัตรได้ที่ไลน์ @StreetStar

สำหรับนิทรรศการจะจัดแสดงระหว่างวันที่ 16 พฤศจิกายน 2568-17 มกราคม 2569 ที่ Street Star Gallery สุขุมวิท 77 (ถนนอ่อนนุช) เปิดให้เข้าชมฟรีทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08:00-18:00


นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทยของ Santiago Zarzosa ศิลปินชาวสเปน
นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทยของ Santiago Zarzosa ศิลปินชาวสเปน
Matter Life & Geometrical Explorations | Photo: MATDOT Art Center

นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทยของ Santiago Zarzosa ศิลปินชาวสเปน ผู้อาศัยและทำงานที่สหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเป็นศิลปินในพำนักที่แมตดอท อาร์ต เซนเตอร์ ภายในนิทรรศการนำเสนอผลงานสองชุดที่มีความสัมพันธ์กันอย่างลึกซึ้ง สะท้อนการสำรวจอย่างต่อเนื่องของศิลปินต่อแนวคิดเกี่ยวกับคู่ตรงข้าม การรับรู้ และโครงสร้าง

ในผลงานชุด Matter Life ซาร์โซซาสำรวจแรงโน้มถ่วงและพลังงานทั้งในเชิงกายภาพและเชิงสัญลักษณ์ ผ่านจิตรกรรมขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นจากการเทสีให้ไหลลงบนผืนผ้าใบตามแรงดึงดูดของโลก ชั้นสีที่ทับซ้อนกันเผยให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างความหนาหนักและความลื่นไหล ระหว่างความจงใจและความบังเอิญ ศิลปินตีความปฏิสัมพันธ์เหล่านี้ว่าเป็นสัญลักษณ์ของพลังแห่งเพศชายและเพศหญิง แม้จะอยู่ตรงข้าม แต่กลับเกื้อหนุนและเติมเต็มซึ่งกันและกันได้อย่างลงตัว

ในอีกด้านหนึ่ง ผลงานชุด Geometrical Explorations คือการใคร่ครวญถึงกฎระเบียบและสัญชาตญาณภายใน ศิลปินใช้กราไฟต์ ชาร์โคล และสีน้ำ ก่อร่างโครงสร้างละเอียดซับซ้อนซึ่งผสานระหว่างรูปเรขาคณิตที่วาดด้วยไม้บรรทัด และเส้นสายอิสระที่โยงใยจากจังหวะการวาดของมือ ผลลัพธ์คือภาพวาดอันเปรียบเสมือนแผนที่ของจิตใจ พื้นที่ที่ความคิดและความรู้สึกดำรงอยู่ร่วมกันภายใต้ความสมดุล

ผลงานทั้งสองชุดจึงกลายเป็นบทสนทนาระหว่าง “สสารกับจิตใจ” “น้ำหนักกับเส้นสาย” และ “สิ่งที่มองเห็นกับสิ่งที่จินตนาการได้” ซาร์โซซาชวนผู้ชมก้าวเข้าสู่โลกที่รูปลักษณ์กลายเป็นประสบการณ์ และการรับรู้กลายเป็นองค์ประธานของการสำรวจ


นิทรรศการศิลปะใหม่ทั่วกรุงเทพฯ ในเดือนพฤศจิกายน
Art XP-the 1st Solo Exhibition by Toomtam GX | Photo: KICHgallery

นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกของศิลปิน Toomtam GX ที่นำเสนอการเดินทางของ “นักรบตัวน้อย” ผู้สวมหมวกกบ และมงกุฎในโลกแฟนตาซีที่ต้องต่อสู้กับมอนสเตอร์ภายในใจของตนเอง ความกลัว ความสิ้นหวัง ความโดดเดี่ยว และแรงกดดันจากโลกภายนอก ตัวละครในแต่ละภาพเปรียบเสมือน “ร่างจำแลง” ของอารมณ์ต่างๆ บางภาพ คือ พลัง และความมั่นใจ บางภาพคือ ความอ่อนโยน และศรัทธา แต่ทุกภาพล้วนอยู่ภายใต้โลกของ “เกม” ที่แทนการใช้ชีวิตจริง

ผลงานศิลปะชุดนี้เปรียบเสมือนการเก็บค่าประสบการณ์ XP ของจิตใจ ภาพเหล่านี้จึงไม่ใช่เพียงการต่อสู้ระหว่าง ดีหรือร้ายแต่คือ “เกมแห่งการเติบโตของจิตใจ” ที่เราทุกคนเล่นอยู่ทุกวันโดยมี “แสงเล็กๆ” แห่งความหวังคอยส่องนำทางอยู่เสมอ


Gyn∞sis

เจริญกรุง

นิทรรศการศิลปะใหม่ทั่วกรุงเทพฯ ในเดือนพฤศจิกายน
นิทรรศการศิลปะใหม่ทั่วกรุงเทพฯ ในเดือนพฤศจิกายน
นิทรรศการศิลปะใหม่ทั่วกรุงเทพฯ ในเดือนพฤศจิกายน
Gyn∞sis | Photo: River City Bangkok

ชวนผู้ชมดำดิ่งสู่การสำรวจระบบอำนาจทางเพศที่แทรกซึมอยู่ในโครงสร้างของสังคม และถูกผลิตซ้ำอย่างแนบเนียนจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน วัฏจักรนี้ดำเนินไปอย่างเงียบงัน ไม่ต่างจากเสียงสะท้อนที่หมุนเวียนอยู่ในห้องปิด แม้โลกจะหมุนไปข้างหน้าเพียงใด แต่โครงสร้างที่มองไม่เห็นนี้กลับยังคงหยั่งรากลึกอยู่ในความเชื่อและวัฒนธรรมอย่างแนบแน่น

หรือแท้จริงแล้ว ภาพของอิสรภาพและความเท่าเทียมที่เราต่างไขว่คว้า อาจเป็นเพียงม่านมายาที่ถูกถักทอขึ้นอย่างวิจิตร เพื่อปกปิดการคงอยู่ของโครงสร้างเดิมที่ยังคงเดินเกมของมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เช่นเดียวกับสัญลักษณ์ “∞” ที่ไม่รู้จุดเริ่มต้นหรือจุดจบ


นิทรรศการศิลปะใหม่ทั่วกรุงเทพฯ ในเดือนพฤศจิกายน
พื้นที่ศิลปะสมัยใหม่บนถนนทรงวาดโดย แพรว-ฉันทิศา เตตานนทร์สกุล ศิลปินเจ้าของคาแร็กเตอร์ BOB The Nice Guy
พื้นที่ศิลปะสมัยใหม่บนถนนทรงวาดโดย แพรว-ฉันทิศา เตตานนทร์สกุล ศิลปินเจ้าของคาแร็กเตอร์ BOB The Nice Guy
พื้นที่ศิลปะสมัยใหม่บนถนนทรงวาดโดย แพรว-ฉันทิศา เตตานนทร์สกุล ศิลปินเจ้าของคาแร็กเตอร์ BOB The Nice Guy
Indise Space | Photo: Galerie Monument Song Wat

นิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในไทยของ Takehiro Iikawa ที่นำองค์ประกอบต่างๆ ของโคบายาชิ (แมวสีชมพู) มาผสมผสานกับภาพวาดอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งสะท้อนถึงแนวคิดอันเป็นเอกลักษณ์ของเขาเกี่ยวกับ 'ปูแต่งตัว' หรือ Decorator Crab


Here for the Cake

เจริญกรุง

นิทรรศการศิลปะใหม่ทั่วกรุงเทพฯ ในเดือนพฤศจิกายน
Here for the Cake | Photo: Supples Gallery

นิทรรศการเดี่ยวครั้งที่ 2 ของศิลปินชาวลอนดอน Natalie Savage ผู้เป็นที่รู้จักจากผลงานภาพเขียนแนวสติลไลฟ์ที่เปี่ยมด้วยอารมณ์และความสนุกสนาน เธอถ่ายทอดจิตวิญญาณแห่งความร่วมมือและการเฉลิมฉลอง ผ่านภาพที่สดใสซึ่งเปล่งประกายด้วยความอบอุ่น ความสุข และสายสัมพันธ์ของผู้คน

ผลงานในนิทรรศการนี้ศิลปินได้เปลี่ยนโต๊ะอาหารให้กลายเป็นจุดนัดพบแห่งความสุข เวทีแห่งเสียงหัวเราะ เรื่องราวที่แบ่งปัน และความสุขเรียบง่ายจากการได้อยู่ท่ามกลางมิตรภาพ ผลงานของเธอเต็มไปด้วยรายละเอียดอันคุ้นตา — ขวดไวน์แช่เย็น ถาดอาหารทะเล ดอกไม้ที่เบ่งบาน และแก้วที่กำลังชนกัน ภาพเหล่านี้สะท้อนพลังและความรักอันอบอุ่น ถ่ายทอดความสุขทางประสาทสัมผัสของการได้อยู่ร่วมกับคนที่เรารัก

พาเลตต์สีของศิลปินซึ่งตัดกันอย่างโดดเด่น ตั้งแต่สีเขียวเข้มไปจนถึงสีชมพูสด ทำให้ผลงานของเธอเปี่ยมไปด้วยความเคลื่อนไหวและอารมณ์ที่ลึกซึ้ง แก้วแชมเปญที่เรียงซ้อนกันส่องแสงระยิบระยับใต้แสงเทียน พื้นลายตารางขาวดำและผ้าปูโต๊ะสีชมพูเข้มโอบล้อมงานเลี้ยงที่เต็มไปด้วยปลา ดอกลิลลี่ และเครื่องดื่ม ภาพของเธอไม่ได้พูดถึงความหรูหรา หากแต่สะท้อนถึง “ความสัมพันธ์” — ความสุขที่ได้ใช้เวลาอยู่ร่วมกับผู้อื่น


SHARE

Link Copied!

ข่าวล่าสุด
logo
Follow us
About us

Careers

Contact us

Privacy Policy

Terms of use

Manage cookies