
ท่ามกลางแดดเปรี้ยงตอนบ่ายของฤดูร้อนเมืองไทย เราเปิดประตูเดินเข้าไปใน ‘ปั้นฉา’ โปรเจกต์ใหม่ล่าสุดของพี่แวว-เนตรนภา นราธัศจรรย์ จากบ้าน Craftsman Roastery แล้วค้นพบว่าแทบจะเหมือนอยู่คนละโลกกับถนนด้านนอกที่ทั้งร้อนและวุ่นวาย
ด้านในคาเฟ่แห่งนี้กลับเงียบสงบด้วยดีไซน์ที่นั่งแบบเรียบง่ายสไตล์ Urban Vernacular ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากหลังคามุงจากแบบไทย ซึ่งเป็นผลงานการออกแบบของ Niiq Furniture Design สตูดิโอออกแบบของพี่แววนั่นเอง เราชอบมู้ดด้านในที่มีเสียงเพลงคลอเบาๆ พอให้ไม่เงียบเหงา แต่ก็ไม่รบกวนความสงบของร้านหนังสือที่ใช้ประตูทางเข้าติดกัน และมีแสงธรรมชาติที่ส่องถึงตลอดเวลาจากกระจกบานใหญ่ที่หน้าร้าน
‘ปั้นฉา’ หรือ Bancha มาจากคำสอนในภาษาจีนของปรัชญาเซนที่หมายถึง ‘ชาครึ่งถ้วย’ เพราะพี่แววบอกว่าถึงแม้ตัวเองจะทำคาเฟ่และโรงคั่วกาแฟที่ประสบความสำเร็จมาก่อน แต่ในแง่ของการทำเมนูชา พี่แววอยากเป็นน้ำชาที่มีแค่ครึ่งถ้วย และพร้อมหาความรู้และประสบการณ์เพิ่มเติมเสมอ นี่จึงเป็นที่มาของคอนเซปต์ร้านนี้ที่มีพื้นฐานมาจากความเชื่อในความเรียบง่ายแบบปรัชญาเซนนั่นเอง
เพราะเชื่อว่าชาของที่ร้านมีความพิเศษอยู่ในตัวเอง ดังนั้นเราจะไม่ได้เห็นเมนูแฟนซีอะไรมากมายนักในหน้าเมนู แต่เน้นการใช้เบสใบชาสายพันธุ์ดี อาทิ ชามะลิ ทิกวนอิม ชาดอกเก๊กฮวย และทีเด็ดอย่างชาอู่หลงที่คั่วแบบ slow roast เพื่อให้ใบชาสีไม่เข้ม และไม่ติดขม โดยเราสามารถเลือกชิมชาแต่ละสายพันธุ์แบบชาใส (clear tea) หรือชานม (milk tea) ได้เลย
นอกจากเมนูเบสิกอย่าง Iced Clear Slow-Roasted Oolong (105 บาท) ที่เราสั่งมาชิมเป็นแก้วแรกแล้ว รอบนี้เรายังได้ลองชิมเมนูซิกเนเจอร์ออกใหม่อย่าง Jasmine Matcha (125 บาท) ที่มีเบสเป็นชามะลิแบบใสที่ด้านล่าง ท็อปด้วยโฟมมัทฉะที่ปรุงรสหวานด้วยน้ำตาลช่อดอกมะพร้าว ชิมพร้อมกันสองเลเยอร์คือละมุนใจมากๆ ใครเป็นสายชา บอกเลยว่าห้ามพลาดร้านนี้เด็ดขาด!







