
สุขุมวิท 26 ซอยเล็กๆ ที่เชื่อมระหว่างถนนสุขุมวิทกับถนนพระราม 4 นอกจากจะได้ชื่อว่าเป็นซอยที่รื่มรื่นที่สุดในกรุงเทพฯ เพราะมีต้นไม้สูงเรียงรายให้ร่มเงาอยู่สองข้างทางแล้ว ซอยนี้ยังเป็นที่รู้จักกันดีของคนรักค็อกเทลว่ามีบาร์ดีๆ ซ่อนตัวอยู่หลายร้าน ทั้งบาร์รางวัลระดับเอเชีย บาร์สำหรับคนรักดนตรี โซเชียลคลับบรรยากาศหรู และนี่คือ 5 บาร์ที่ใครไปแถวนั้นต้องแวะ

สปีกอีซีบาร์บรรยากาศมินิมัลโดย ‘อั้ม-วิรัช แสวงทรัพย์’ และ ‘ตาล-สุดารัตน์ โรจนวานิช’ เสิร์ฟค็อกเทลคอนเซ็ปต์ The Drinking Room ล้อกับความเป็นห้องอาหาร หรือ Dining Room โดยแบ่งค็อกเทลเป็นหมวดหมู่เหมือนอาหาร เช่น Starter ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากอาหารเรียกน้ำย่อย, Main เสิร์ฟค็อกเทลที่เปรียบเหมือนอาหารจานหลัก และ After ที่เป็นของหวาน รวมถึงมีหมวด All Night ที่เสิร์ฟค็อกเทลคลาสสิกโดยทสวิสต์ให้เป็นสไตล์ของร้าน

อีกหนึ่งบาร์จาก ‘อั้ม-วิรัช แสวงทรัพย์’ และ ‘ตาล-สุดารัตน์ โรจนวานิช’ ที่อยู่ห้องตรงข้ามกับ Bar Us โดย Lime by Us นิยามตัวเองว่าเป็น The Modern Tropical Cocktail Bar โดยมีโจทย์หลักคือ ‘เครื่องดื่มจากผลไม้เมืองร้อน’ เพราะนอกจากจะกินสดๆ ก็อร่อยแล้ว ผลไม้เมืองร้อนหลายชนิดยังมีความชุ่มฉ่ำที่เหมาะมากกับการนำมาเป็นวัตถุดิบของเครื่องดื่มที่ให้ความรู้สึกสดชื่นหลากหลายรูปแบบ รวมถึงค็อกเทลด้วย แล้วถ้าจะมีผลไม้สักชนิดที่แทนความสดชื่นแบบเมืองร้อนได้ดีที่สุด ผลไม้นั้นก็คือมะนาว (Lime) นั่นเอง
จะพูดว่า ‘ผลไม้’ คือหัวใจของ Lime ก็ได้ ซึ่งที่ร้านจะเลือกใช้ผลไม้จากทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สามารถหาได้ในไทย นำมาทำเป็นเครื่องดื่ม 2 หมวดหมู่ คือ Tropical Twist เป็นการนำค็อกเทลคลาสสิกสไตล์ติกิมาปรุงแต่งในแบบฉบับของร้าน มีแก้วที่น่าสนใจ เช่น Jackfruit Pina Colada (450 บาท) ทวิสต์จากค็อกเทลคลาสสิกเบสรัมอย่าง Pina Colada แก้วนี้จะนำสับปะรดกับกะทิไปทำเป็นไอศกรีมแล้วปั่นรวมกับขนุนสดแช่แข็งเพื่อรักษาอุณหภูมิ เพิ่มรสชาติด้วยน้ำมะนาวดอง เสิร์ฟคู่กับสาหร่ายแผ่น
รวมถึง Frozen Mint & Wazabi (460 บาท) Mojito ที่มาในรูปแบบของสลัชชี่ ขั้นตอนการทำคือนำใบมินต์ น้ำตาล และมะนาวไปทำเป็นซอร์เบต์ จากนั้นนำไปปั่นกับเหล้าและวาซาบิที่ผ่านกระบวนการกลั่นซึ่งช่วยลดความฉุนแต่ยังมีกลิ่นวาซาบิอยู่ และอีกแก้วคือ Green Mango Paloma (490 บาท) เพิ่มความแปลกใหม่ให้กับค็อกเทลคลาสสิกเบสเตกิลาอย่าง Paloma ด้วยส่วนผสมอย่างมะม่วงเขียวสด (ใช้ทั้งเนื้อและเปลือก) พริกเขียว น้ำมะนาวดอง น้ำฝรั่ง และอัดคาร์บอนไดออกไซด์เพื่อเพิ่มความซ่า
อีกหมวดคือ Modern Tropical Cocktail ที่จะนำผลไม้ไปจับคู่กับวัตถุดิบอื่นๆ เพื่อสร้างมิติใหม่ๆ ของกลิ่นและรสชาติ ซึ่งเป็นกระบวนการคุณอั้มและคุณตาลถนัดและทำได้ดีตั้งแต่ Messengerservice Bar และ Bar Us แก้วที่เราลองคือ Passionfruit + Bitter Melon (460 บาท) ความลงตัวเสาวรสและมะระ พืชที่ให้รสขมและเฝื่อนตอนท้าย เชื่อมรสชาติด้วยน้ำสับปะรดกรองใสและเติมความเผ็ดนิดๆ ด้วยพริกและขิงดอง ตกแต่งด้วยมะระสดหั่นแว่นเพื่อเสริมกลิ่นหรือจะกินคู่กับเครื่องดื่มก็ได้เช่นกัน

อาณาจักรร้านอาหารและบาร์ใจกลางเมืองจากเครือ Rongros Dining Group ที่รวมร้านกินดื่มหลายร้านหลายสไตล์มาไว้ในพื้นที่เดียวกัน พร้อมเปิดให้บริการตลอดทั้งวัน ได้แก่ Horsamut ร้านอาหารไทยที่ใช้วัตถุดิบตามแนวชายฝั่ง ยกครัวริมแม่น้ำเจ้าพระยามาเสิร์ฟชาวสุขุมวิท, Bimbo ร้านอาหารเมดิเตอร์เรเนียนที่มีจานเด็ดเป็นพิซซ่า, Bou Bou บาร์ค็อกเทลกลางแจ้งที่ได้แรงบันดาลใจจากทะเลทราย เสิร์ฟค็อกเทลที่เน้นการหมักธรรมชาติ, Casabon ร้านอาหารแนว Pacific Rim ท่ี ผสานรสชาติเอเชีย-ตะวันตก จากรอบมหาสมุทรแปซิฟิก, The Shed Cellar มุมไวน์ที่รวบรวมไวน์คุณภาพทั้งโลกเก่าและโลกใหม่มากกว่า 80 เลเบล และ The Shed Bakelab ห้องอบขนมปังสดใหม่ทุกวัน ทั้งครัวซองต์และซาวร์โดโฮมเมด

โซเชียลคลับที่ตกแต่งด้วยสไตล์ตะวันตกผสมผสานกลิ่นอายเอเชียอย่างลงตัว เลือกใช้วัสดุธรรมชาติ และของตกแต่งอย่างต้นไม้และงานศิลปะ ชวนทุกคนไปแฮงเอาต์ในบรรยากาศที่สบายๆ เคล้าเสียงดนตรีแจ๊สเพราะๆ ชื่อร้านมาจากภาษาตากาล็อกที่ใช้สื่อถึงความรู้สึกดีเวลาเจออะไรที่ชอบ

บาร์สำหรับคนรักเสียงดนตรีหลากหลายแนวและการแสดงสด รวมถึงเป็นพื้นที่สำหรับจัดอีเวนต์เกี่ยวกับดน