
ยามค่ำคืนในซอยสุขุมวิท 4 และซอยสุขุมวิท 6 หรือ ‘ย่านนานา’ ไม่เคยเงียบเหงา สองข้างทางเต็มไปด้วยผับ บาร์ ร้านอาหาร และแผงลอยที่มีลูกค้าทั้งคนไทยและชาวต่างชาติออกมาหาความสุขอาบแสงสีกันเนืองแน่น เป็นบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาจนอาจพูดได้ว่า ถ้าใครสักคนกำลังมองหาร้านนั่งคุยกันเงียบๆ แบบไม่ต้องตะเบงเสียงแข่งกับใครนั้น เขามาผิดที่แล้ว
เมื่อก่อนอาจจะเป็นอย่างนั้น แต่หลังจากที่ นวิน สัจจะศิริ ทายาทร้านตัดสูทที่เปิดมานานกว่า 60 ปี ตัดสินใจแบ่งพื้นที่ครึ่งนึงของธุรกิจครอบครัวมาเปิดบาร์สปีกอีซี ย่านนี้ก็เลยมี ‘มุมสงบ’ ให้หลบแสงสีเสียงรอบข้างเข้าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม ผ่อนคลายกับเสียงดนตรีคลอเบาๆ และแลกเปลี่ยนบทสนทนากับบาร์เทนเดอร์



นวิน ตั้งชื่อบาร์ว่า Door No.6 ที่มาง่ายๆ ก็คือร้านอยู่ในซอยสุขุมวิท 6 แบบเลี้ยวเข้ามาแป๊บเดียวก็เจอประตูร้านเลย ข้างในมีที่นั่งหน้าบาร์ประมาณ 7-8 ที่ และมีโซฟาวางเข้าชุดอยู่ที่ด้านในสุดของร้าน ต่อให้คนนั่งเต็มร้านก็ยังไม่รู้สึกว่าเสียความเป็นส่วนตัวไป
เมนูค็อกเทลซิกเนเจอร์ของร้านได้แรงบันดาลใจมาจากขั้นตอนการตัดเย็บสูท 6 ขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นตอนการวัดตัว การตัดผ้า การเย็บ ไล่เรียงไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายคือการติดกระดุมสูท โดยเปรียบเทียบแต่ละขั้นตอนเป็นประตู 1 บาน ได้แก่
Door No.1-The Measure
Door No.2-The Cut
Door No.3-The Mark
Door No.4-The Stitch
Door No.5-The Press
Door No.6-The Button





แก้วแนะนำ ได้แก่ The Measure ค็อกเทลสไตล์มาร์ตินีที่มีความดรายจากส่วนผสมของเวอร์มุธและฟีโนเชอร์รี ตกแต่งด้วยสายวัดตัวเพื่อสื่อถึงขั้นตอนการวัดตัวที่ต้องอาศัยความแม่นยำสูง ข้ามมาที่ขั้นตอนการเย็บกับแก้วที่ชื่อว่า The Stitch ค็อกเทลที่ใช้สุราชุมชนจากจังหวัดแพร่เป็นเหล้าหลัก มีสีม่วงจากดอกอัญชัน รสเปรี้ยวอมหวานพอกินคู่กับสายไหมที่ตกแต่งมาแล้วจึงเข้ากันดี
ต่อที่ The Press ค็อกเทลสไตล์ไฮบอลที่มีชาญี่ปุ่นหอมๆ มาช่วยชูกลิ่นให้มีความซับซ้อนมากขึ้น และอีกแก้วคือ The Button ค็อกเทลที่ทวิสต์มาจากเนโกรนี สร้างคาแร็กเตอร์ใหม่ด้วยกลิ่นสมุนไพรที่อยู่ในบิตเทอร์โฮมเมด ตกแต่งด้วยกระดุมช็อกโกแลตที่กินคู่กันแล้วเพิ่มความละมุนให้กับเครื่องดื่มได้เป็นอย่างดี