
อาหารชาติอื่นได้แค่ถูกปากแต่ที่ถูกจริตและฮีลใจที่สุดก็อาหารไทยนี่แหละ โดยเฉพาะรสชาติต้นตำรับอร่อยถึงเครื่องตามสูตรที่สืบทอดมาจากรุ่นคุณยายอย่างห้องอาหารสุพรรณิการ์ ร้านอาหารไทยประจำย่านทองหล่อที่ทำเราติดใจตั้งแต่ครั้งแรกและไม่แปลกใจเลยที่ร้านนี้จะกลายเป็นร้านโปรดของหลายคนมานานถึง 13 ปีแล้ว
นับตั้งแต่ร้านเปิดให้บริการมาตั้งแต่ปี 2012 ต้องบอกว่าสุพรรณิการ์ไม่ได้แค่เสิร์ฟอาหารอร่อยๆ แค่นั้น แต่ยังสั่งสมประสบการณ์และองค์ความรู้ในครัวแบบข้นคลั่ก จนถึงวันที่พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์ใหม่ๆ ให้กับทุกคนด้วยการอัปเดตเมนูใหม่แบบยกเล่มทั้งอาหาร ของหวาน และเครื่องดื่มเป็นครั้งแรกของร้าน ซึ่งมีให้ชิมทั้งเมนูใหม่ที่เพิ่มเข้ามาและเมนูดั้งเดิมของร้านที่ถูกอัปเกรดทั้งคุณภาพวัตถุดิบ ปริมาณ และการตกแต่งจานให้อิ่มอร่อยกันอย่างเต็มรสเต็มคำมากขึ้น



จานใหม่ใน Supanniga Eating Room Refreshed Chapter ที่เราได้ลองชิมมาแล้วก็มี ‘เนื้ออีสานวากิวย่างจิ้มแจ่วข้าวจี่’ (740 บาท) ใช้เนื้อไทยส่วนพิคานยาที่มีมันหนานุ่มติดอยู่ด้านบนช่วยเพิ่มความชุ่มฉ่ำและกลิ่นหอมๆ เสิร์ฟพร้อมน้ำจิ้มแจ่วและข้าวจี่ที่ทำจากข้าวเหนียวมูนชุบไข่ อีกจานคือ ‘แกงเขียวหวานเนื้ออีสานวากิวย่าง’ (590 บาท) น้ำแกงข้นๆ กับสีเขียวที่ถูกต้อง ตัดกับสีของเนื้อวากิวชิ้นโตๆ ที่ด้านนอกย่างจนได้สีน้ำตาลแต่ด้านในยังมีความอมชมพู ดูชุ่มฉ่ำ อร่อยถึงเครื่องแกงแบบนี้จะกินกับโรตีกรอบๆ ที่เสิร์ฟมาพร้อมกันหรือจะสั่งข้าวสวยร้อนๆ มาสักจานก็เหมาะ
และยังมี ‘ข้าวผัดสับปะรด’ (360 บาท) ที่มาพร้อมเครื่องแน่นๆ ทั้งสับปะรดชิ้นใหญ่, กุ้ง, เบคอน, ลูกเกด, กุนเชียง, เม็ดมะม่วงหิมะพานต์, หมูหย็อง คลุกเคล้ามากับข้าวที่ผัดให้เครื่องปรุงรสและน้ำมันเคลือบจนได้สีน้ำตาลอ่อนๆ กลิ่นหอมฟุ้ง ไม่แห้งและไม่แฉะเกินไป เป็นจานที่มาจากการสั่งสมประสบการณ์จริงๆ เพราะถูกลูกค้าถามถึงตลอดเวลาจนในที่สุดก็ต้องลองทำและปรับสูตรจนได้ข้าวผัดสับปะรดแบบสุพรรณิการ์
ฝั่งของหวานมี ‘ขนมครกสุพรรณิการ์’ (200 บาท) หรือขนมครกครีมย้อยจากสาขาท่าเตียนเพิ่มเข้ามา ในเซ็ตจะมี 7 ชิ้นมีหน้าข้าวโพด เผือก ต้นหอม ทอง เป็นต้น หรือใครอยากปิดท้ายด้วยเครื่องดื่มสักแก้วก็มีค็อกเทลซิกเนเจอร์หลากหลายสไตล์ให้ลองสั่งด้วย เป็นเมนูใหม่ทั้งหมด ถ้าชอบความสดชื่น ดื่มง่าย แนะนำเป็น Mellow & Yellow (370 บาท) ค็อกเทลใสๆ ที่หอมกลิ่นขนุนชัดเจน หรือถ้าชอบดริงก์ที่บอดี้หนักแน่นขึ้นมาหน่อยก็มี Honey Honey (370 บาท) แก้วนี้จะได้ความหวานจากน้ำผึ้งเต็มๆ

แฟนๆ ของเมนูดั้งเดิมทั้งจานขายดีและจานที่ได้รับการแนะนำโดยมิชลินไกด์ก็ยังอยู่ครบ แต่อย่างที่บอกว่าจะมาในหน้าตาที่เปลี่ยนไปเพราะการตกแต่งจานและการเพิ่มปริมาณวัตถุดิบให้แน่นกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็น ชุดอาหารทานเล่นสุพรรณิการ์, แกงหมูชะมวง, กะหล่ำทอดน้ำปลาดี, ชุดน้ำพริกไข่ปูและผักสด, แกงเผ็ดเนื้อปูใบชะพลู และอีกสารพัดเมนู
และหลังจากทุกอย่างที่สาขาทองหล่อลงตัวแล้ว เมนูใหม่ใน Supanniga Eating Room Refreshed Chapter ก็จะขยับขยายไปสู่อีก 2 สาขาอย่างท่าเตียนและสาทรภายในปีนี้แน่นอน รอชิมกันได้เลย








