
ร้านอาหารแนว Street-to-table Fusion ซึ่งก่อนหน้านี้คือบาร์ค็อกเทลชื่อ Where Bar นั่นเอง นี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ของบาร์แต่คือการเปลี่ยนมาเป็นร้านอาหารเต็มรูปแบบที่ให้บริการทั้งอาหารและเครื่องดื่มเพื่อเติมเต็ม ‘ช่องว่าง’ (Void) ของร้านเดิม
ตอนนี้อาหารที่ Wherevoid จะเป็นการนำสตรีตฟู้ดทั้งไทยและต่างชาติมาตีความใหม่ภายใต้คอนเซ็ปต์ Bangkok Soul x Global Street Bite ทุกจานที่เสิร์ฟคืออร่อยเต็มรสเต็มชาติ เปรี้ยวเป็นเปรี้ยว เผ็ดเป็นเผ็ด



อาหารจะมีให้เลือกเป็น 5 คอร์ส ฟีลมาทำความรู้จักกันเบาๆ ก่อนและ 11 คอร์ส เน้นอิ่มแบบจัดใหญ่ ส่วนเครื่องดื่มสามารถเลือกแพริงได้ทั้งแบบ Wine Paring ที่จะเสิร์ฟไวน์ 5 แบบ และ Void Paring ที่จะเสิร์ฟทั้งไวน์ ค็อกเทล สาโท และเหล้าบ๊วย ใครอยากลองอะไรสนุกๆ เราแนะนำ Void Paring อย่างมื้อนี้เราก็เลือกเป็นอาหาร 11 คอร์ส คู่กับ Void Paring ดังนี้
Small bite:
Tako Roll - เรียกง่ายๆ ว่าขนมโตเกียวไส้ปลาหมึกราดซอสทาโกยากิก็ได้
Onsen Shoyuzuke - ไข่ออนเซ็นดองซีอิ๊วรสหวานเค็มนวลๆ หอมๆ ฟีลน้ำปลาหวาน
Spicy Basket Mushroom - กระทงทองไส้เห็ดซีฟู้ดโปะด้วยไข่ปลาแซลมอน
Spicy Miso - ขนมปังอบกรอบหน้ากุ้งซอสมิโซะรสแซ่บ
Salad:
Tako Spicy Salad - สลัดจะปรับเปลี่ยนไปตามวัตถุดิบในแต่ละวัน มื้อนี้เราได้ลองเป็นสลัดผลไม้ที่มีทั้งฝรั่งกิมจู ชมพู่ทับทิมสยาม และส้มโอทองดี เพิ่มความแซ่บแบบไทยๆ ด้วยน้ำยำ

Main:
Enokitake Soba - โซบะที่เสิร์ฟมาพร้อมน้ำซุปเข้มข้นและกุ้งย่างหอมๆ Tori Kha Gai - อกไก่ที่เลี้ยงด้วยธัญพืช หมักค้างคืนกับซอสสไตล์ญี่ปุ่น ซูวี 3 ชั่วโมงจนนุ่มและเสิร์ฟคู่กับซอสข่าไก่ Tonbara Niku Panaeng - ข้าวพะแนงหมูแบบใหม่ที่นำข้าวไปผัดกับซอสสูตรลับของร้าน ส่วนหมูนำไปตุ๋นกับสไตล์ญี่ปุ่นนาน 3 ชั่วโมงกินคู่กับซอสพะแนงโฮมเมด
Dessert:
Corn pudding - พุดดิ้งเนื้อเนียนหอมควันเทียนท็อปด้วยข้าวโพดหวานจากสุพรรณบุรี Manago Cracker - ได้แรงบันดาลใจมาจากมูสก้อนเมฆของโตเกียวและดัดแปลงรสชาติให้เป็นข้าวเหนียยมะม่วง Matcha Cone - โคนจิ๋วสอดไส้มัตฉะผสมไวต์ช็อกโกแลตท็อปด้วยฝอยทอง รวมๆ แล้วถือว่าเป็นร้านที่เหมาะกับคนที่อยากลองอะไรใหม่ๆ แต่ยังอยู่ในกรอบของคำว่า ‘เข้าใจง่าย’ เพราะทุกคนน่าจะคุ้นเคยกับรสชาติของอาหารแต่ละอย่างอยู่แล้ว แต่หน้าตาแบบนี้ยังไม่เคยเห็นแน่นอน ถือเป็นการยกระดับสตรีตฟู้ดที่น่าชื่นชม









