
ไม่ใช่แค่กิจกรรม Cafe Hopping ที่เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่กำลังฮิตสุดๆ ในหมู่คนมาเดินเล่นที่ถนนทรงวาดเท่านั้น แต่จริงๆ แล้วอีกหนึ่งกิจกรรมที่เราไม่อยากให้นักฮ็อปย่านทรงวาดพลาด นั่นคือกิจกรรม Bar Hopping โดยเฉพาะช่วงไหนที่ทรงวาดจัดงานไฟหรืองานเทศกาลต่างๆ อย่างเช่น Awakening Bangkok หรือ Bangkok Design Week ยิ่งเป็นอีกหนึ่งช่วงที่ถนนทรงวาดในยามค่ำคืนจะน่าเดินฮ็อปเป็นพิเศษ
เชื่อว่าหลายคนยังไม่เคยได้ลองเดินเล่นถนนทรงวาดในยามราตรี จุดนี้บอกเลยว่าบาร์ในย่านนี้นั้นเก๋ไม่แพ้ย่านไหน ใครอยากลองบาร์ฮ็อปบนถนนสุดฮิป ขอเชิญปักหมุดบาร์ดีในย่านนี้ตามพิกัดด้านล่างได้เลย


บาร์นี้ที่เพิ่งเปิดได้ไม่นานบาร์ และน่าจะยังเป็นบาร์ล่าสุดบนถนนทรงวาดอยู่ Bukowski & Co. อยู่บนชั้น 2 ของร้าน Bad Poutine ร้านอาหารถิ่นแคนาดาไวบ์สนุก ซึ่ง Bukowski & Co. ก็สนุกไม่แพ้กันเพราะมาในคอนเซ็ปต์ที่ทั้งแปลกใหม่และช่วยสร้างความน่าสนใจให้บาร์เล็กๆ แห่งนี้
.
ชื่อบาร์มาจาก Bukowski (บูคาวสกี้) คือชื่อนักเขียนชาวเยอรมัน และ Shakespeare and Company ชื่อร้านหนังสือในปารีสที่มี writer in rescidence หรือนักเขียนในพำนักที่จะเป็นคนเขียนหนังสือให้ที่ร้าน เจ้าของจึงนำไอเดียนี้มาใช้ที่ร้าน โดยให้คนที่อยากเป็นบาร์เทนเดอร์แต่ไม่มีบาร์เป็นของตัวเองมาใช้พื้นที่ของร้านเปิดบาร์ได้ตามวันที่ตัวเองสะดวก ร้านจึงจะมีบาร์เทนเดอร์และเมนูเครื่องดื่ทไม่ซ้ำกันในแต่ละวัน และในอนาคตที่นี่จะไม่ใช่แค่พื้นที่สำหรับบาร์เทนเดอร์เท่านั้น เพราะเดี๋ยวจะมีตามมาทั้งบาริสตาและคนทำอาหาร
.
ร้านเปิด จันทร์ - อังคาร ตั้งแต่ 15:00 เป็นต้นไป, พุธ - ศุกร์ ตั้งแต่ 17:30 เป็นต้นไป และเสาร์อาทิตย์ เวลา 18:00

ร้านดังที่ย้ายมาจากย่านตลาดน้อย โดดเด่นด้วยศาลาไม้ริมน้ำพร้อมหมอนอิงแบบบ้านๆ ให้เราได้นั่งเหยียดขาเอนกายดูวิวพระอาทิตย์ตกดินริมแม่น้ำเจ้าพระยา หรือใครจะมานอนนวดเท้าพักร่างจากการเดินทัวร์ย่านทรงวาดมาตลอดวันที่ร้านนี้ก็ได้เหมือนกัน
เมนูเครื่องดื่มของร้านนี้มีทั้งน้ำสมุนไพร น้ำโซดา เบียร์ ไวน์ ม็อกเทล ส่วนอาหารจะเป็นเมนูของทานเล่นง่ายๆ อย่างปอเปี๊ยะทอดและไก่ทอดสมุนไพร

บาร์ลับริมน้ำในตำนานที่อยู่คู่ถนนทรงวาดมาอย่างยาวนานตั้งแต่ยุครถไฟฟ้ามหานะเธอ โดยร้านนี้เป็นหนึ่งในโลเคชันถ่ายทำซีนบ้านพระเอกในหนังเรื่องนั้นนั่นเอง
โดยบาร์แห่งนี้เน้นความชิลล์ โดยลูกค้าสามารถเลือกนั่งบนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าพลางจิบเครื่องดื่มเย็นๆ พร้อมชมวิวยามค่ำคืนติดขอบแม่น้ำเจ้าพระยาริมชานระเบียงร้านได้เลยแบบไม่มีอะไรมากั้น

ภาคต่อของ Mischa Cheap Bar ที่ย้ายมาจากถนนข้าวสาร สู่ The National Bar ที่ตั้งตัวเป็น ‘บาร์แห่งชาติ’ เพื่อสอนวิธีการดื่มการดริ้งก์ในรูปแบบบาร์ค็อกเทลฉบับคนมีการศึกษาให้เหล่าคนรุ่นใหม่ได้รับทราบ
อย่างที่เห็นว่าความสนุกของร้านนี้คือการจิกกัดสังคมได้เจ็บแสบแบบที่พี่โน้ต-พงษ์สรวง คุณประสพ และชาว Dudesweet ทำได้ดีเสมอมา เพราะฉะนั้นใครแวะมาร้านนี้อย่าลืมสั่งค็อกเทลกิมมิกจิกกัดเจ็บๆ อย่าง Death of Influencers (480 บาท) The National Anthem (340 บาท) ที่พูดถึงการมีเพลงประจำชาติ สนามกีฬาประจำชาติ ส่วนแก้วนี้ก็เป็นค็อกเทลประจำชาตินั่นเอง

เป็นเรื่องปกติที่เรามักจะเห็นบาร์ลับอย่าง We didn't land on the moon since 1987 ชอบย้ายโลเคชั่นอยู่เสมอ ซึ่งร้านนี้เขาเริ่มต้นจากการทำบาร์แบบง่ายๆ ในเชียงใหม่ พร้อมย้ายโลเคชั่นถึง 3 รอบ ก่อนจะย้ายมาอยู่กรุงเทพฯ แถวซอยคลองถมปทุมคงคา และล่าสุดได้ย้ายจุดปักหมุดมาอยู่ในซอกเล็กๆ ลับๆ บนถนนทรงวาดเป็นที่เรียบร้อย
ภายในร้านนี้ตกแต่งแบบตามใจอาร์ติสเจ้าของร้าน ที่ให้กลิ่นอายแบบพังก์นิดๆ อันเดอร์กราวด์หน่อยๆ พร้อมเปิดเพลย์ลิสต์เพลงเทสต์ดีสำหรับให้เหล่านักดื่มได้เอ็นจอยค่ำคืนในย่านทรงวาดได้อย่างสุดเหวี่ยง

บาร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาของทีมงานเบื้องหลังร้านเหล้าบ๊วยอูเมะชู PrumPlum และเกสต์เฮ้าส์ Hostel Urby ที่ได้แรงบันดาลใจจากฝรังเศส จนได้ออกมาเป็น Barbon (บาร์ดีในภาษาฝรั่งเศส ซึ่งเล่นเสียงกับคำว่า บาร์บน อย่างพอดิบพอดี) ที่มีไฟนีออนสว่างไสว รวมไปถึงเพลงแจ๊สฝรั่งเศสที่ทำให้คุณลืมไปเลยว่าอยู่ในกรุงเทพฯ

ออล์เดย์บาร์ไวบ์ 80s ที่เปรียบเสมือนเป็นคอมมูนิตี้ขนาดย่อมที่รวมตัวคนชิคมีทรงแห่งย่านทรงวาด ที่นี่เป็นทั้งร้านอาหาร-คาเฟ่-บาร์ และแกลเลอรีในที่แห่งเดียว โดยบาร์แห่งนี้จะเสิร์ฟเมนูค็อกเทลแสนสดชื่นอย่าง Sweet Haven และ Caipiranha พร้อมสแน็กง่ายๆ อย่าง Calamari ส่วนในช่วงสุดสัปดาห์ก็มักจะมีกิจกรรมและปาร์ตี้เก๋ๆ ให้ร่วมจอยด้วยเช่นกัน