
ช่วงครึ่งปีแรก 2026 กำลังจะผ่านไปแล้ว และก็เป็น 6 เดือนที่วงการบาร์ในกรุงเทพฯ เติบโตขึ้นด้วยจำนวนบาร์เปิดใหม่ที่มีให้ตามไปอัปเดตกันทุกๆ เดือน ใครเป็นสายปาร์ตีตัวจริงและอยากตามเก็บบาร์เปิดใหม่ที่น่าสนใจให้ครบทุกร้าน ตามไปเช็กอิน 36 ร้านนี้ได้เลย

หลังจากปลุกปั้นให้ Yayyyyy Record Bar กลายเป็นบาร์แผ่นเสียงประจำย่านหลานหลวงไปเรียบร้อยแล้ว ตอนนี้ดีเจรอม @romzy888 และดีเจไอซ์ @crp_bkk ดีเจและนักสะสมแผ่นเสียงเจ้าของโปรเจ็กต์ก็กำลังขลุกอยู่กับร้านใหม่อย่าง OBi Record Bar บาร์แผ่นเสียงแถวสีลมที่เพิ่งเปิดได้ไม่ถึงเดือน
ด้วยความที่สีลมเป็นทั้งย่านท่องเที่ยงตอนกลางคืนและย่านของคนออฟฟิศในตอนกลางวัน ภาพของ OBi Record Bar ที่สองดีเจอยากให้เป็นก็คือเป็นบาร์ที่ชาวออฟฟิศเดินผ่านหลังเลิกงานแล้วแวะเข้าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม ฟังเพลงเพราะๆ แลกเปลี่ยนบทสนทนากับบาร์เทนเดอร์ และมีค่ำคืนที่น่าจดจำเพิ่มอีกคืน

ยามค่ำคืนในซอยสุขุมวิท 4 และซอยสุขุมวิท 6 หรือ ‘ย่านนานา’ ไม่เคยเงียบเหงา สองข้างทางเต็มไปด้วยผับ บาร์ ร้านอาหาร และแผงลอยที่มีลูกค้าทั้งคนไทยและชาวต่างชาติออกมาหาความสุขอาบแสงสีกันเนืองแน่น เป็นบรรยากาศที่มีชีวิตชีวาจนอาจพูดได้ว่า ถ้าใครสักคนกำลังมองหาร้านนั่งคุยกันเงียบๆ แบบไม่ต้องตะเบงเสียงแข่งกับใครนั้น เขามาผิดที่แล้ว
เมื่อก่อนอาจจะเป็นอย่างนั้น แต่หลังจากที่ นวิน สัจจะศิริ ทายาทร้านตัดสูทที่เปิดมานานกว่า 60 ปี ตัดสินใจแบ่งพื้นที่ครึ่งนึงของธุรกิจครอบครัวมาเปิดบาร์สปีกอีซี ย่านนี้ก็เลยมี ‘มุมสงบ’ ให้หลบแสงสีเสียงรอบข้างเข้าไปนั่งจิบเครื่องดื่ม ผ่อนคลายกับเสียงดนตรีคลอเบาๆ และแลกเปลี่ยนบทสนทนากับบาร์เทนเดอร์


หลังจากปิดร้านไปพักนึง ตอนนี้ Frog บาร์ลับสไตล์สปีกอีซี่ในซอยสุขุมวิท 49 ก็กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งแล้ว พร้อมเปลี่ยนคอนเซ็ปต์ใหม่ ค็อกเทลซิกเนเจอร์ก็เปลี่ยนใหม่ยกเล่มโดยให้ความสำคัญกับสปิริตระดับพรีเมียมมากขึ้น และยังลดพื้นที่บาร์เตรียมเครื่องดื่มเพื่อเพิ่มพื้นที่แฮงเอาต์ให้กับลูกค้าด้วย


ร้านในโครงการ 24BLVD ซอยสุขุมวิท 24 ที่มาในคอนเซ็ปต์ Brunch & Bar ผสมผสานสองบรรยากาศเข้าด้วยกันอย่างลงตัวโดยตอนกลางวันจะเปิดเป็นคาเฟ่เสิร์ฟสารพัดเมนูบรันช์และเปลี่ยนไวบ์เป็นบาร์สไตล์ House Party ที่เน้นบรรยากาศเป็นกันเองในตอนกลางคืน มีดนตรีสด ดีเจ รวมถึงมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดังที่หมุนเวียนมาสร้างความสนุกอยู่เรื่อยๆ

คลับและบาร์ระดับลักชัวรีแห่งใหม่ที่ตั้งอยู่บนชั้น 2 ของโรงแรม SILQ Hotel ซอยสุขุมวิท 24 อยู่ใกล้กับโครงการ 24BLVD และเป็นร้านในเครือเดียวกันกับบาร์ดังอย่าง Baccarat Bangkok และ Upper House ร้านมาในแนวลึกลับและน่าค้นหา เน้นดนตรีอิเล็กทรอนิกส์

Fragile Club Bangkok คือโซเชียลคลับจากเครือ Sugarray ร้านอยู่ในซอยทองหล่อ 10 มาพร้อมคอนเซ็ปต์ Urban Social Club ที่โดดเด่นทั้งเรื่องดีไซน์ ดนตรี และไวบ์สนุกๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยที่ร้านมีทั้งดนตรีสดและดีเจ

ไวน์บาร์เปิดใหม่บนถนนไมตรีจิตต์ ย่านเยาวราช ร้านอยู่ในตึกแถวกลิ่นอายคลาสสิก คอนเซ็ปต์ร้านจะเป็นไวน์บาร์สไตล์ Casual & Friendly ที่เน้นความเป็นกันเอง ไวน์ของที่ร้านจะคัดสรรจากรสชาติที่เข้าถึงง่าย โดยมีทั้งแบบเปิดขวดและเสิร์ฟเป็นแก้ว เป็นร้านที่ตอบโจทย์ทั้งนักดื่มมือใหม่และสายแฮงเอาต์หลังเลิกงาน

ซอยสองพระ ซอยเล็กๆ ที่เชื่อมระหว่างพระรามสี่กับสี่พระยาซึ่งปกติจะถูกใช้เป็นซอยลัดเลี่ยงรถติดเพื่อออกไปถนนใหญ่มากกว่าจะมีร้านอะไรให้แวะ แต่คุณซันและคุณฟู ลูกชายเจ้าของร้านขายเครื่องมือช่างที่อยู่ในซอยนี้ กำลังทำให้ซอยสองพระน่าแวะขึ้นด้วยการเปลี่ยนโกดังเก็บสินค้าเก่าของที่บ้านให้กลาย neighborhood bar แห่งเดียวในรัศมีหนึ่งกิโลเมตรจากย่านนี้
จากตึกแถวเก่าโทรมๆ อายุราว 50-60 ปี ถูกชุบชีวิตให้ดูสะดุดตาขึ้นด้วยการตกแต่งที่ผสมผสานทั้งความวินเทจ กลิ่นอายแบบไทยเจือจีนจางๆ แซมไวบ์แบบ tropical bar หน่อยๆ และยังใช้เฟอร์นิเจอร์มือสองที่เป็นของสะสมของคุณแม่ ทำให้ร้านมีทั้งความเก่าและใหม่อยู่ปนกันอย่างลงตัว ซึ่งรวมๆ แล้วสองพี่น้องเรียกว่าสไตล์ Thai Renaissance

บาร์และรูฟท็อปในย่านสีลม-สุรวงศ์ ร้านตั้งอยู่บนชั้น 7 ของโรงแรมเปิดใหม่ดีไซน์เก๋อย่าง Aiden Surawong Bangkok คอนเซ็ปต์ร้านคือ All-Day Dining. All-Night Energy ปรับมู้ดแอนด์โทนจากมื้อเช้าแสนอร่อยสู่บาร์แฮงเอาต์ยามค่ำคืน พร้อมวิวเส้นขอบฟ้าเมืองกรุง

ว้าวมากที่คำว่า ‘ชิม’ คำเดียวที่เราพูดกันอยู่ทุกวันพาเราไปได้ไกลกว่าเรื่องของการลิ้มรส ผ่านความคิดสร้างสรรค์ของทีม Xim Bangkok บาร์ค็อกเทลเปิดใหม่ในเครือเดียวกับ GOT และ Rec. Bangkok ที่เล่นคำและตีความออกเป็น 4 ความหมายแล้วนำมาร้อยเรียงเป็นคอนเซ็ปต์ของร้านและเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ที่แบ่งเป็น 4 หมวดเช่นกัน
ชิมแรกคือ ‘ฌิม’ ที่มาจาก ‘มัชฌิม’ หมายถึงสิ่งที่อยู่ตรงกลาง ซึ่งร้านตีความว่าเป็น ‘ความสมดุลที่สมบูรณ์แบบ’ ค็อกเทลในหมวดนี้จึงนำเสนอความเข้ากันอย่างกลมกลืนของสิ่งที่อยู่ตรงข้ามกัน ทั้งในแง่รสชาติ เท็กซ์เจอร์ และการนำเสนอ เช่น Vice V. Virtue (460 บาท) ค็อกเทลที่นำเสนอมุมเทาๆ ที่อยู่ระหว่างความดีกับความชั่วร้าย ส่วนผสมสำคัญมีทั้งนมทานได (นมเครื่องเทศสไตล์อินเดีย), เวย์โปรตีน, และอ็อกซิเมล (น้ำส้มสายชูผสมน้ำผึ้งและสมุนไพร) เครื่องดื่มเพื่อสุขภาพจากยุคกรีก-โรมัน ซึ่งล้วนให้พละกำลัง
แก้วนี้เป็นดริงก์สไตล์มิลก์เชกที่เสิร์ฟมาในขวดนมพร้อมแปะโลโก้รูปเด็กเนิร์ดวัยหัวเลี้ยวหัวต่อที่มีเงาสะท้อนด้านมืดอยู่ในกระจก สื่อความก้ำกึ่งของความดีความชั่วได้อย่างชัดเจน เป็นกิมมิกที่ชวนตั้งคำถามว่าเด็กคนนี้จะใช้พลังของเขาในทางไหน

Bar Scofflaws กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งพร้อมคอนเซ็ปต์ใหม่อย่าง Bloom ที่สื่อถึงการเกิดใหม่ การเติบโต และการเบ่งบาน โดยหยิบยกเสน่ห์ของ Classic Cocktail มาตีความในรูปแบบร่วมสมัย เครื่องดื่มทุกแก้วถูกสร้างสรรค์ด้วยงานคราฟต์ รายละเอียดอันประณีต และเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ภายใต้คอนเซ็ปต์นี้ดอกไม้ไม่ได้เป็นเพียงการตกแต่งแก้ว แต่คือ “หัวใจ” ของค็อกเทลและเป็นองค์ประกอบที่ซ่อนความหมายไว้อย่างงดงาม เครื่องดื่มแต่ละแก้วจะถ่ายทอดบุคลิกเฉพาะ ผ่านรสชาติ กลิ่น และการนำเสนอ สร้างประสบการณ์ที่ทั้งคุ้นเคยและสดใหม่ในคราวเดียว

บาร์ที่อยู่ในโครงการ Supalai Icon Sathorn ริมถนนสาทรใต้ ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัสดุที่สะท้อนเรื่องราวของเวลา ได้แก่ อิฐแดง แก้ว และโลหะ ซึ่งเป็นวัสดุที่ใช้ตกแต่งร้านประกอบกับการออกแบบแสงที่ทำให้ร้านดูสวยสะดุดตาเหนือกาลเวลา ร้านมีกำหนดเปิดให้บริการช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ เป็นบาร์ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากวัสดุ

บาร์ล่าสุดของ ก้อง-อนุภาส เปรมานุวัติ แห่ง Ku Bar ที่ถนนพระสุเมรุ และ North Country ที่เชียงใหม่ ส่วนบาร์แห่งนี้อยู่แถวๆ ซอยสุขุมวิท 65 หน้าตาร้านก็จะเรียบๆ มินิมัล แต่สวยและเทสต์ดีแบบไม่ต้องพูดเยอะแบบเดียวกับ Ku Bar และ North Country ส่วนเครื่องดื่มที่นี่จะเสิร์ฟทั้งไวน์และค็อกเทลที่ใช้ไวน์เป็นส่วนผสม

ดื่มต่อหน้าเทพเจ้าและโยนโบว์ลิงกลางบาร์ที่ Hannibal Bar บาร์รูฟท็อปลับย่านเยาวราช ร้านอยู่บนชั้น 10 ของอาคารพิชัยญาติ เชื่อมทุกคนสู่โลกอีกใบด้วยบรรยากาศที่เหมือนหลุดเข้าไปในฉากหนังฮ่องกงยุค 90 ผสมความดิบแบบไซเบอร์พังก์เข้ากับโทนดาร์กโรแมนติก และมีรูปปั้นเทพเจ้ากวนอูสององค์ที่สื่อความเป็นบาร์ในย่านไชนาทาวน์
เครื่องดื่มที่ Hannibal รังสรรค์โดย Khun Kie มิกโซโลจิสต์จาก BKK Social Club มาพร้อมกิมมิกไม่เหมือนใครโดยการเปลี่ยนพื้นที่ลาดเอียงของร้านเป็นลานโบว์ลิง ใครสั่งค็อกเทลซิกเนอเจอร์ที่ชื่อ Rolling Boy หรือ Rolling Girl จะได้โยนลูกโบว์ลิงที่มีเชกเกอร์ใส่ค็อกเทลอยู่ข้างใน โดยใช้การกลิ้งทำให้ทุกส่วนผสมเข้ากันแทนการเชกหรือสเตอร์ที่เราคุ้นเคย
Friday ได้มีโอกาสไปเก็บภาพของ The Consul ไพรเวทคลับที่พี่แจ็ค Jackson Wang มาร่วมคอลแลบ ก่อนเปิดจริงภายในเดือนธันวาคมปีนี้ โดยไพรเวทคลับแห่งนี้เปิดชั่วคราวพียง 2 วัน ในวันที่ 23-24 ตุลาคม เนื่องจากมีอีเวนต์บาร์เทคโอเวอร์ของทาง Tatler ใครอยากเห็นไพรเวทคลับของพี่แจ็คยังสามารถไปได้ในวันนี้อีกวัน และจะกลับมาเปิดให้บริการจริงในเดือนธันวาคม เนื่องจากฝั่งของไพรเวทบาร์ยังอยู่ในระหว่างตกแต่ง
โดยในตอนนี้ The Consul ฝั่งที่เปิดให้บริการสำหรับคนทั่วไปตกแต่งเรียบร้อยแล้ว โดยที่นี่จะมีพื้นท่ีของห้องอาหารจีนเสฉวน บาร์ค็อกเทล และเวทีดนตรีแจ๊ส ซึ่งจะมีห้องไพรเวทที่ชั้นลอย รวมแล้วรองรับได้มากกว่า 200 ที่นั่ง นอกจากนี้จะมีฝั่งของ Member ที่ตอนนี้เริ่มรับสมัครแล้ว ซึ่งมีทางเข้าอีกทางหนึ่งแยกออกไป
นอกจากพี่แจ็คแล้ว ที่นี่ยังได้ตัว Terry Kim จาก Alice Cheongdam บาร์อันดับที่ 13 ของ Asia’s 50 Best Bars 2025 มาเป็นที่ปรึกษาเรื่องค็อกเทลให้กับที่นี่ ทำให้องค์ประกอบค่อนข้างสมบูรณ์ ทั้งร้านอาหาร บาร์ ดนตรี รวมถึง Member
Friday ได้มีโอกาสคุยกับ Terry เขาบอกว่าพยายามจะเปิด The Consul ให้ทันช่วงเทศกาลปลายปี โดยเขาแสดงความมั่นใจว่าน่าจะเปิดได้ภายในเดือนธันวาคมอย่างแน่นอน คลับนี้ตั้งอยู่บนชั้น 30 ของตึก JLK ที่เดินทางสะดวกด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสสถานีนานา ที่สามารถเชื่อมเข้าตึกได้เลย

ผักกาดหิ่น มะระขี้นก กระบก มะปี๊ด และอีกหลายชื่อที่ไม่ได้เอ่ยถึง คือพืชผักบ้านๆ ที่เราเชื่อว่าไม่ใช่ของแปลกใหม่ที่จะเจอในเมนูค็อกเทล แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าคือการนำเสนอวัตถุดิบเหล่านั้นในรูปแบบเครื่องดื่ม ว่าจะทำออกมารสชาติเป็นยังไง ผ่านการตีความหรือกระบวนการอะไรบ้าง ซึ่งเราว่า Khaoya Archive คือร้านที่ทำออกมาได้น่าสนใจมากๆ
Khaoya Archive คือบาร์ค็อกเทลของ ณัฐชนน วะนา เจ้าของ No Bar Wine Bar ชื่อร้านอ่านว่า ‘ข้าวยาอาร์ไคฟ์’ โดย ข้าวยา มาจากการรวมกันของวลี ‘ข้าวปลาอาหาร’ และ ‘เหล้ายาปลาปิ้ง’ ที่สื่อถึงวัตถุดิบท้องถิ่นและวัฒนธรรมการกินดื่มแบบไทยๆ ส่วน อาร์ไคฟ์ หมายถึงการจัดเก็บอะไรสักอย่าง ซึ่งในที่นี้ก็คือการจัดเก็บวัตถุดิบท้องถิ่น เมื่อแปลรวมๆ กัน เราจึงให้ความหมายชื่อร้านว่า ‘คลังวัตถุดิบท้องถิ่น’
อย่างที่บอกว่าสิ่งที่ทำให้ Khaoya Archive น่าสนใจ ไม่ใช่วัตถุดิบ แต่คือการตีความรสชาติของมันใหม่ต่างหาก ซึ่งตรงนี้ต้องให้เครดิตองค์ความรู้เรื่องรสชาติที่ได้จากการคลุกคลีกับไวน์แบบเต็มๆ

จิบไวน์คู่กับอาหารเกาหลีท่ามกลางไวบ์ที่ทำให้นึกถึงย่านซองซูที่ Fav. Bangkok ไวน์บาร์ที่ก่อตั้งโดยคู่รักชาวเกาหลีอย่าง Kai Kang ชาวเกาหลีที่ไปเติบโตและใช้ชีวิตที่นิวยอร์ก และ Jiyoon Oh ซึ่งทั้งคู่เคยมีประสบการณ์ทำธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มในเกาหลีมานานเกือบสิบปี
Fav. Bangkok จะเสิร์ฟไวน์คู่กับอาหาร Neo-Korean ซึ่งเป็นการเพิ่มความน่าสนใจให้กับอาหารเกาหลีแบบดั้งเดิมด้วยการนำวัตถุดิบและรสชาติแบบเกาหลีมาตีความใหม่ให้มีความร่วมสมัยมากขึ้น เน้นความคิดสร้างสรรค์และการผสมผสานกับวัตถุดิบไทย
อีกหนึ่งความน่าสนใจคือการตกแต่งและไวบ์โดยรวมที่ชวนให้นึกร้านอาหารในย่านซองซู ย่านคนคูลของกรุงโซล โดยที่ร้านมาในโทนสีสบายตา เน้นใช้วัสดุอย่างปูนเปลือย กระจก สเตนเลส เพิ่มความโคซีด้วยไม้ และเติมสีสันด้วยแสงไฟ
เมนูซิกเนเจอร์ของร้านที่เราแนะนำคือ K-Fried Rice (290 บาท) ข้าวผัดกิมจิรสชาติเข้มข้น หอมกลิ่นกระทะ เสิร์ฟพร้อมไข่ดาวไข่แดงเยิ้มๆ และโรยงาขาวเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม และ K.F.C. – Korean Fried Chicken (230 บาท) ไก่ทอดสูตรเฉพาะของร้านที่ทอดจนได้หนังไก่สีทองแบบแค่มองก็สัมผัสได้ถึงความกรอบ คลุกเคล้ากับซอสสไตล์เกาหลีเพื่อเพิ่มรสชาติ

บาร์ค็อกเทลไวบ์น่ารักแถวพญาไทที่เพิ่งจะ soft opening ไปเมื่อวันที่ 1 มีนาคมที่ผ่านมา โดย NUL ย่อมาจาก Noon Until Late ก็คือเป็นร้านที่แวะมานั่งชิลได้ยาวๆ ที่นี่จะเสิร์ฟทั้งอาหารแนว asian twist เข้าใจง่าย อร่อยถูกปากแน่นอน รวมถึงซิกเนเจอร์ค็อกเทลที่เน้นความคราฟต์

บาร์ใหม่ของ Joseph Boroski เจ้าของร้าน J.Boroski ที่ทองหล่อ โดย Duality Space ตั้งอยู่ในโรงแรม Ad Lib Bangkok เป็นบาร์ที่นำเรื่องราวเกี่ยวกับความเชื่อแบบไทยๆ มาตีความและนำเสนอในรูปแบบเครื่องดื่ม


หนึ่งในแชมเปญบาร์ที่มีความเก๋ตรงที่อยู่บนชั้นรูฟท็อปที่เหมาะสำหรับนั่งดื่มและชมวิวยามเย็น หรือแม้แต่มาเคาท์ดาวน์ชมพลูที่จุดฉลองในค่ำคืนเคาน์ดาวน์ บนชั้น 55 ของโรงแรม Centara Grand at CentralWorld ใครชอบจิบแชมเปญอย่าลืมสั่งคาเวียร์ที่เป็นของคู่กันมากินด้วย

Sato San รูฟท็อปบนชั้น 32 ของโรงแรม Moxy Bangkok Ratchaprasong ที่นี่ไม่ใช่บาร์สาโท แต่เป็นส่วนผสมของการนำเอาความเป็นไทย ‘สาโท’ เข้ากับความเป็นญี่ปุ่น ‘ซัง’ มาในบรรยากาศสนุกๆ ที่เต็มไปด้วยงานคราฟต์ไทยผสมญี่ปุ่น
ที่นี่บอกเล่าถึงการผสมผสานกันของ 2 วัฒนธรรมข้าว ข้าวไทย และข้าวญี่ปุ่น ผ่านอาหารและเครื่องดื่มในแบบฟิวชั่น โดยนำเอารากอาหารไทยอีสานฟิวชั่นกับอาหารญี่ปุ่น เช่นเดียวกับเครื่องดื่มที่ผสมผสานเอาสองวัฒนธรรมเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น ลิสต์ของสาโท สาเก อุเมะชู หรือซิกเนเจอร์ค็อกเทลที่อินสปายความเป็นไทยญี่ปุ่น
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดของ Sato San จะอยู่ในช่วงที่พระอาทิตย์กำลังตกดิน ที่ให้เราแวะม่านั่งดื่มชมวิว ที่นี่มีเมนูค็อกเทลให้เลือก 2 เมนูใหญ่ๆ Sato San Signature Cocktails ค็อกเทลซิกเนเจอร์ของบาร์ Kyoto Sato aka KS ที่เน้นผลไม้เมืองร้อนกับพริกไทย, Sake & Longan สาเกกับน้ำเชื่อมลำใย, Gyoda ที่มีมะเขือเทศแช่แข็งแทนน้ำแข็ง และ Sato Highball ไฮบอลที่มีข้าวหอมมะลิซีรัป
หรือ Thai & Japanese Inspired Cocktails ค็อกเทลที่อินสปายความเป็นไทย-ญี่ปุ่น อย่าง Mango Sticky Rice หอมมะม่วงและครีม, Isan Colada พีนาโคลาดาที่เพิ่มเอาเสาวรสและยุซุเข้ามา, Rise & Shine Tokyo วิสกี้ญี่ปุ่นกับซีรัปมะพร้าว, Pandan Cake Cardamom นำเอาคาดามัมกับใบเตยไปซูวีดเพิ่มกลิ่น และ Frozen Margarita of the day สลัชชีมาการิตา 2 รสชาติ ที่เปลี่ยนรสทุกวัน

จากบาร์ Pin 31 ที่มีจุดเด่นเป็นการฉายโปรเจ็กเตอร์รอบร้านมอบประสบการณ์บาร์อิมเมอร์ซีฟที่แวะไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้สึกเบื่อ และยังมีงานศิลปะจัดแสดงอยู่ในร้านให้ลูกค้าเดินชมชิลๆ ตอนนี้ร้านเพิ่งปรับปรุงร้านใหม่ให้ไวบ์ดีขึ้น น่านั่งกว่าเดิม แถมในอนาคตอันใกล้นี้ยังจะเปิดเป็นคาเฟ่ในช่วงกลางวันด้วย

บาร์ในโครงการ White Cloud ย่านอารีย์ ที่มีจุดเริ่มจากเมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา โดยเจ้าของร้านย้ายไปเรียนมัยธมที่โน่น และรู้จักกับเจ้าของร้านอาหารไทย Mahaniyom (มหานิยม) และบาร์ Merai (เมรัย) หลังจากได้ร่วมงานกัน ก็พบว่าตัวเองชื่นชอบการทำบาร์จึงกลับมาปักหมุดเปิดบาร์ของตัวเองในย่านอารีย์


บาร์เปิดใหม่ในโครงการ Velaa Sindhorn Village มีความเป็นบาร์ลับ เพราะตั้งอยู่ที่ชั้นใต้ดิน เครื่องดื่มที่นี่จะนำเสนอภูมิปัญญาการหมักสไตล์ญี่ปุ่น

ตอนนี้ชั้นใต้ดินของโรงแรม Hilton Garden Inn Bangkok Silom ซึ่งเคยเป็นที่ตั้งของร้าน Maggie Choo’s ถูกแทนที่ด้วย Heka Bangkok บาร์ใหม่เอี่ยมที่มาพร้อมคอนเซ็ปต์ High-Energy Cocktail Bar โดยจะเริ่มต้นด้วยไวบ์ชิลๆ ให้ทุกคนนั่งจิบและค่อยๆ ดื่มด่ำกับดนตรี ก่อนจะเทิร์นไปสู่ไวบ์ปาร์ตีมันๆ เต็มรูปแบบในช่วงดึก โดยมีหัวใจสำคัญเป็นดนตรีหลากหลายแนวทั้ง Disco Funk และ House Music จากยุค 80s / 90s
Heka มาจากชื่อเทพในตำนานอียิปต์โบราณ โดยมีความเชื่อว่าเป็นเทพเจ้าเกี่ยวกับเวทมนตร์และการปลุกพลังงาน กลายเป็นแรงบันดาลใจของคอนเซ็ปต์ร้านที่ต้องการปลุกพลังงานในตัวทุกคนและเปลี่ยนค่ำคืนธรรมดาให้น่าจดจำยิ่งขึ้น

ที่ทรงวาดมีคอมมูนิตีเปิดใหม่ชื่อ Soul Songwat ที่เปลี่ยนโกดังโรงเก็บกาแฟเก่าตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 8 มาสร้างเป็นพิกัดกินดื่มและช็อปปิงที่แวะไปใช้เวลาได้ทั้งวัน ด้านในมีร้านน่าสนใจหลายร้าน หนึ่งในนั้นคือ Yaowarian ร้านขายติ่มซำในช่วงกลางวันและกลายร่างเป็นบาร์ในตอนกลางคืน โดยไวบ์ของร้านได้แรงบันดาลใจมาจากย่านเยาวราช

ร้านเล็กๆ บนถนนหลานหลวงที่ด้านในเป็นทั้งร้านน้ำชาและบาร์ที่มีเพียง 6 ที่นั่งเท่านั้น ถึงจะเล็กแต่ก็เปี่ยมด้วยประสบการณ์แปลกใหม่โดยที่ร้านจะเสิร์ฟเครื่องดื่มทั้งค็อกเทลและเซ็ตน้ำชาจับคู่กับขนม แถมในอนาคตที่นี่ยังจะมีแกลเอลรีที่จัดแสดงงานศิลปะด้วย


บาร์ที่อยู่ในโซนใหม่ของ NTX-Non Tonic ร้านดังย่านลาซาล-บางนา (ใกล้กับสถานีศรีลาซาล สายสีเหลือง) เป็นบาร์ค็อกเทลแนวฮิปฮ็อปที่ตกแต่งร้านสรีตอาร์ตเท่ๆ และเปิดเพลงสไตล์ Hip Hop, R&B

เอาตำแหน่งบาร์ที่ไวบ์ดีที่สุดในย่านทรงวาดไปเลย สำหรับ Sober Record Bar บาร์แผ่นเสียงเปิดใหม่ในโรงแรม Merchant’s Gate Songwat โรงแรมที่เพิ่งเปิดเช่นกัน โดยอยู่ตรงข้ามศาลเจ้าเล่าปูนเถ้ากง
ตัวร้านตั้งอยู่บนชั้น 3 ด้านในตกแต่งสวย บรรยากาศดีเลยล่ะ เหมาะกับการนั่งจิบและฟังเพลงเราพะๆ จากแผ่นเสียง แต่ไฮไลต์อยู่ที่โซนระเบียงซึ่งจัดเป็นที่นั่งแบบเอาต์ดอร์ให้ชมวิวย่านทรงวาดเพลินๆ และมีดีเจออกมาเปิดแผ่นเสียงให้ฟังตรงระเบียงด้วย

หลังจากประสบความสำเร็จกับ Dry Wave Cocktail Studio ตอนนี้ปาล์ม-ศุภวิชญ์ มุททารัตน์ ก็พร้อมไปต่อกับโปรเจ็กต์ใหม่ชื่อ Cherry Olive Cocktail Club บาร์แห่งใหม่ที่ปักหมุดไว้บนถนนคอนแวนต์
โดยปาล์มได้ชักชวนพี่อั๋น-ชานนท์ บุรานนท์ บาร์เทนเดอร์ยุคบุกเบิกที่หายหน้าหายตาไปนานหลายปี บอย-ชาญชัย รอดบำรุง บาร์เทนเดอร์และแชมป์ World Class 2013 มาร่วมหุ้นในบาร์แห่งนี้ด้วย นอกจากนี้ปาล์มยังได้ดึง เข้ม-ธนัช สุทธิรักษ์ แชมป์ World Class 2024 ทีมจาก Dry Wave ให้มาเป็น Head Bartender ยิ่งทำให้เราจะได้พบกับแชมป์ World Class ถึง 3 Gen